สุขภาพ

Johnny Depp หนึ่งในดาราดูดบุหรี่ไฟฟ้าไม่แคร์สื่อ

สุดยอดดาราแห่งยุคคนนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน จริงๆอยู่ที่เขาคนนี้อาจจะถูกรู้จักในนาม แจ็ค สแปโรว์ ก่อนที่จะรู้จักชื่อ จอห์นนี่ เดป ซะอีก แต่ก็ไม่ได้เป็นประเด็นอะไร เพราะหลังจากนั้นชื่อจริงอย่าง จอห์นนี่ เดป ก็ได้โด่งดังไปทั่วโลกเลยล่ะ พี่แกเป็นนักแสดงที่มีคาร์แรคเตอร์ชวนเมาจากเรื่อง เดอะไพเรตออฟดิคาดิเบียน นั้นแหละ

แล้วภายหลังผู้กำกับหนังเรื่องนี้ ก็ได้ออกมายอมรับเช่นกันว่า ตอนแรกเขานั้นไม่พอใจในการแสดงเป็นแจ็คสแปโรว์ของพี่คนนี้เลย เขาคิดว่าหนังจะต้องออกมาล้มเหลวแน่ๆ แต่ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว คงต้องวัดดวงกัน แล้วผลลัพท์กลับกลายเป็นสุดยอดผลลัพท์จริงๆ กลายเป็นหนังที่โด่งดังระดับโลก

ในทุกๆประเทศกลายเป็นหนังทำรายได้ถล่มทลายกันเลยทีเดียว ด้วยตัวเขานั้นกลายเป็นตัวหลักที่ไม่สามารถตัดออกจากทุกภาคได้ เป็นตัวหลักอย่างแท้จริง จะมีดาราหน้าไหนผ่านมาและผ่านไปสักเท่าไหร่ ก็ยังคงมีเขาอยู่ในนั้นเสมอ หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นดาราที่เล่นหนังฟอร์มยังษ์หลายต่อหลายเรื่องเลยทีเดียว จริงอยู่แหละที่เขานั้นเป็นดาราที่โด่งดังมานานแล้ว แต่เรื่องโจรสลัดนี้ทำให้เขากลายเป็นยิ่งกว่าซุปเปอร์สตาร์ ยิ่งกว่านั้นเขานั้นเป็นคนที่รวยเป็นมหาเศรษฐี ที่ยังใจบุญอีกซะด้วย

เข้าเรื่องกันเสียที จอห์นนี่เดปป นี้มีชื่อเสียงในกองถ่ายว่าเป็นสิงค์อมควันคนนึงเลยทีเดียว เขานั้นสูบบุหรี่มวนเป็นเรื่องปกติมาตลอด แล้วก็ไม่เคยคิดจะเลิกด้วยซ้ำ แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่ง ที่เหล่าเซเลปหลายๆคนได้หันมาดูดบุหรี่ไฟฟ้านั้น กลายเป็น พี่จอห์นนี่เดป ของเราเป็นรายแรกๆเลยล่ะ ที่พยายามเปลี่ยนเป็นการดูดบุหรี่ไฟฟ้าแทน แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรจริงๆ เพราะบุหรี่ไฟฟ้านั้นมีความฟินกว่าในบ้างด้าน แถมในต่างประเทศนั้น ในหลายๆที่ก็ได้อนุญาตให้สูบบุหรี่ไฟฟ้าตามสถานที่สาธารณะด้วย แล้วนั้นก็ทำให้พี่แก ก็ไม่แคร์สื่ออะไรทั้งสิ้น สูบมันไปทุกที่ กลายเป็นลุคสุดเท่ของเขาอีกแบบนึงเลยทีเดียว เราก็มาลุ้นกันว่าพี่แกจะเลิกบุหรี่ไหม หรือว่าจะยาวๆกับบุหรี่ไฟฟ้าของแก

ตอนนี้ก็ถือว่าชื่อเสียงของพี่เขาก็ยังคงมีอยู่เรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าจะดับไปกับหนังโจรสลัดอันยืดยาว ถึงแม้ว่าหนังจะไม่มีทีท่าว่าจะหยุดทำภาคใหม่ๆ แต่กระแสก็ได้ลดลงไปเยอะแล้ว อาจจะเบื่อการแสดงของพี่แกแล้วก็ได้ แต่แกก็ยังได้รับบทเทพๆอย่าง กีดัลวัล ในหนังแห่งโลกเวทย์มนต์

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจซิฟิลิส

สุขภาพ

ช่วงเวลาการนอนหลับที่เหมาะสมของเด็ก

         คนเราทุกคนร่างกายย่อมต้องการการนอนหลับและพักผ่อนที่เพียงพอ ซึ่งเรามักจะได้ยินคนส่วนใหญ่พูดกันว่านอนให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ แต่มีใครรู้บ้างไหมว่าการนอนให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการนอน คนเราแต่ละคนจะต้องนอนกันนานแค่ไหน เด็กกับผู้ใหญ่ต้องนอนจำนวนชั่วโมงเท่ากันหรือไม่ เพราะเราจะทราบกันดีกว่าควรนอนวันละ 7-8 ชั่วโมงเวลานี้เหมาะกับกับเด็กหรือเปล่า เพราะเรามักจะเห็นว่าทารกแรกเกิดนอนแทบจะตลอดทั้งวันจะตื่นขึ้นมาเพราะหิวหรือฉี่ หรือเวลาจะอึเท่านั้น นั่นเป็นการแสดงว่าทารกนอนนานเกินไปหรือไม่ ดังนั้นวันนี้เราจึงมาแนะนำข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับการนอนแต่ละช่วงวัยอายุให้ทราบกันค่ะ

       คุณรู้หรือไม่ว่า ช่วงเวลาการนอนของแต่ละ อายุนั้นจะไม่เท่ากัน เมื่ออายุต่างกันเวลาที่ร่างกายต้องการให้นอนพักผ่อนให้เพียงพอก็จะต่างกันไปด้วย ไม่ใช่เพียงแค่อายุเท่านั้นที่จะมีผลให้ร่างกายต้องการจำนวนชั่วโมงการนอนที่แตกต่างกัน กิจกรรมของแต่ละคนที่ทำในช่วงกลางวันก็จะมีผลประกอบด้วยเช่นกัน วันนี้เราจะมาแนะนำข้อมูลสำหรับเด็กว่าควรจะมีการนอนพักผ่อนมากน้อยแค่ไหน ที่จะได้ชื่อว่าเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการแล้ว 

1.สำหรับทารก

สำหรับในวัยที่ยังคงเป็นทารกนั้น เราจะเห็นว่าพวกเขาจะนอนกันตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนกันเลยทีเดียว นั่นก็เพราะว่าร่างกายของพวกเขายังต้องการที่จะพักผ่อน ซึ่งความต้องการของทารกในแต่ละวันนั้นตอ้งการนอนนานถึง 17 ชั่วโมงแต่วันเลยทีเดียว และทารกมีการพัฒนาการที่ค่อนข้างเร็วดังนั้น เมื่อพวกเขาอายุได้ประมาณ 6 เดือนไปแล้วพวกเขาจะเริ่มมีการปรับตัวในการนอนได้ โดยจะเน้นการนอนในกลางคืนมากขึ้นและจะเริ่มตื่นในเวลากลางวัน

2.สำหรับเด็กวัยที่กำลังหัดเดิน

สำหรับเด็กที่อยู่ในวัยที่กำลังหัดเดินนั้น เป็นวัยที่อยู่ไม่สงบนิ่งมากนัก ในวัยนี้ร่างกายจะต้องการให้มีการพักผ่อนอยู่ในประมาณต่อวัน 10 ถึง 13 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งวัยนี้จะมีอายุราวราว หนึ่งถึงสองขวบ ส่วนใหญ่วัยนี้มักจะตื่นมาเล่นในตอนกลางวันและตอนกลางคืนจะหลับยาวนานขึ้น

3.วัยเด็กโต

ต้องบอกว่าวัยเด็กโตเป็นวัยที่ไม่อยู่นิ่งได้เลย สำหับวัยนี้จะมีอายุอยู่ระหว่าง 3-12 ปี ซึ่งในตอนกลางวันแทบจะไม่นอนแล้ว แต่จะมานานมากในช่วงกลางคืนซึ่งจำนวนชั่วโมงที่ร่างกายต้องการให้พักผ่อนจะอยู่ที่ 9-10 ชั่วโมงต่อวัน สำหรับเด็กวัยนี้ทางที่ดีการให้เข้าเริ่มนอนหลับตั้งแต่ก่อนสองทุ่มจะดีที่สุดเพื่อให้เวลาที่เด็กนอนหลับร่างกายจะได้มีการหลังฮอร์โมนภายในร่างกายเพื่อพัฒนาภายในสมองและอวัยวะภายในด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

สุขภาพ

สูตรทำขนมลืมกลืน ที่ถ้าลองกินแล้วจะชอบ

สูตรทำขนมลืมกลืน ที่ถ้าลองกินแล้วจะชอบจนกลืนไม่ได้เหมือนชื่อเลยค่ะ หาของได้ง่ายง่ายจากของใช้ภายในบ้าน

วันนี้เราจะมาพูดถึงขนมไทยที่เชื่อว่าใครใครก็ต้องรู้จักเป็นอย่างดีนั้นก็คือลืมกลืน ลืมกลืนนั้นทำมาจากถั่วเขียวซึ้งลืมกลืนจะเป็นขนมที่มีหลากหลายสีสันมากมายแล้วแต่ว่าเราชอบสีไหนกัน และของในการทำนั้นก็มีไม่มากนักดังนั้นเราก็สามารถทำได้ แถมมีทอปปิ้งให้เราโรยได้ตามใจชอบเลย แต่ในแต่ละขั้นตอนจะต้องใช่ความอดทนและต้องใช้ความพยามด้วยเพราะในครั้งนี้เราจำเป็นที่จะต้องใช้พลังในการทำอาหารในครั้งนี้ด้วย แต่พูดมาเยอะแล้ว ถ้างั้นเรามาดูสูตรอาหารกันเลยค่ะ

ของที่ต้องใช้

ส่วนผสมที่ต้องเตรียมมีดังต่อไปนี้  แป้งถั่วเขียว ,  น้ำลอยดอกมะลิ    , น้ำตาลทราย  ,  สีผสมอาหารที่คุณชอบ สีอะไรก็ได้     , หัวกะทิประมาณ 125 กรัม ก็พอค่ะ,  แป้งข้าวเจ้าสักประมาณ ถ้าชอบเก็บทอปปิ้งไว้ก็ได้เพื่อจะได้เอาไว้โรยบนลืมกลืนของเราได้นั้นเองค่ะ  และต้องเตรียมเกลือเอาไว้ใส่นิดหน่อย

                      สำหรับขั้นตอนการทำนั้น มีวิธีทำดังนี้ 

  1.  ให้เราเปิดเตาแก็สเตรียมไว้แล้วนำหม้อไปตั้งไว้บนเตาให้เรียบร้อย รอให้หม้อร้อนเล็กน้อย หลังจากนั้นให้ใส่แป้งถั่วเขียวคนไปสักพัก และค่อยใส่น้ำตาลทรายลงไปค่ะ  คนให้เข้ากัน และหลังจากนั้นให้ใส่กลิ่นมะลิและให้คนให้เข้ากัน หลังจากนั้นให้คนจนเข้ากัน ( ห้ามหยุดคนนะคะเพราะถ้ามันแข็งตัวก็จะไม่ทันแล้วนะคะ) พอทำเสร็จให้ใส่สีผสมอาหารสีอะไรก็ได้ถ้าทำเยอะก็ได้สีเยอะมากขึ้น
  2. คนไปเรื่อยๆจนตัวแป้งจับตัวกันจนรู้สึกได้ว่าเริ่มเป็นก้อนและจะเห็นได้ว่าตัวก้อนแป้งนั้นนะมีความใสขึ้นมาพยามให้ใสมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เสร็จแล้วตักแยกไปวางไว้ในถ้วย แล้วค่อยเพิ่มสีผสมอาหารก็ได้เพื่อคิดว่าสีเดิมยังไม่สวย
  3. ต่อมาให้ใส่แป้งข้าวเจ้าลงไปในหม้อใส่เกลือเหมือนที่เตรียมไว้และหลังจากนั้นใส่หัวกะทิลงไปคนให้เข้ากันจนโอเคและให้นำกะทิใส่หัวบีบให้เรียบร้อยเลยค่ะ อย่าลืมเลือกหัวบีบด้วยนะคะว่าเวลาบีบกะทิจะบีบออกมาแบบไหน 

เสร็จแล้วกลับมาที่ตัวเนื้อก้อนลืมกลืนของพวกเรากันดีกว่าให้เรานำลืมกลืนตักใส่ถ้วยพลาสติกแบ่งไว้จัดแจงให้สวยงามแล้วก็ค่อยบีบกะทิใส่ลงไปบนลืมกลืนให้เรียบร้อยเท่านี้ลืมกลืนของเราก็จะออกมาหนาตาดูดีและยังอร่อยอีกด้วยค่ะ  

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ตรวจเอดส์ไม่เจอ

สุขภาพ

ผมแห้ง ผมขาด หลุดร่วง 

ผมแห้งขาดหลุดร่วงนั้นเป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อร่างสภาพผมของเราอย่างมากเพราะบ่งบอกว่าเรานั้นขาดวิตามิน ไม่มีใครที่ชอบสุขภาพผมนั้นขาดร่วง แข็งอย่างกับไม้กวดหรอก ยิ่งเป็นสาวๆนั้นต้องมีสุขภาพผมที่ดี ว่าง่ายๆต้องดีตั้งแต่แต่หัวจรดปรายเท้านั่นเอง  หรือว่าที่ผมเรานั้นขาดหลุดร่วงนั้นอาจจะเกิดจากเรานั้นเป็นยาสระผมหรือเปล่าดังนั้นเราต้องสังเกตดูตัวเองด้วยว่าผมเรานั้นเมื่อเรานั้นเปลี่ยนยาสระผมนั้นผมของเรานั้นร่วงด้วยหรือเปล่าเราควรสังเกตด้วย

เส้นผมประกอบไปด้วยโครงสร้างโปรตีนซึ่งมีลักษณะเป็นโปรตีนเส้นใย ซึ่งทำให้ผมของเรานั้นแข็งแรง  และทนทาน ส่วนคนที่ผมเสียนั้นจะจะไม่แข็งแรงและไม่เรียงตัวสวย โครงสร้างเส้นผมนั้นจะขาดได้ง่าย 

เมื่อเรานั้นรู้ว่าผมของเรานั้นเสียเราควรที่จะต้องดูแล เพราะว่าอนาคตนั้นผมของเรานั้นจะหลุดหมดหัวอย่างแน่นอนดังนั้นเราควรที่จะเริ่มหันมาสนใจดูแลเส้นผมของเรากันด้วยการที่เรานั้นต้องบำรุงเส้นผมของเรานั้นให้แข็งแรง เริ่มจากที่เรานั้นบำรุงเส้นเส้นให้มีวิตามิน เรื่องอาหารการกินนั้นก็เช่นกัน  เริ่มจากถ้าเรานั้นผมแห้งเราควรที่จะบำรุงมากกว่าทำลายเส้นผม เราควรที่จะไปหาข้อมูลว่าอะไรที่ทำให้เส้นผมของเรานั้นไม่แห้ง ว่ามีอะไรบ้าง เมื่อเรานั้นมีสุขภาพผมที่ดีผมของเรานั้นจะแข็งแรงไม่เสียง่าย ไม่ขาดหลุดร่วง  

การที่เรานั้นทำสีผมบ่อยๆนั้นก็ทำให้ผมของเรานั้นเสียได้เหมือนกัน แห้งและกรอบ ขาด หลุดออกไป เกิดจากสารสีผมที่เรานั้นทำ การทำสีผมซึ่งทำลายผมของเรานั่นเองยิ่งเรานั้นเปลี่ยนสีผมบ่อยก็ทำให้ผมของเรานั้นเสียได้ง่ายมากขึ้นทำให้ผมของเรานั้นอ่อนแอ 

การที่เราบำรุงผมนั้นทำง่ายได้มากอยู่ที่เรานั้นสะดวกแบบไหนมากกว่า บางคนนั้นก็ไปเข้าร้านทำผมทุกอาทิตย์เพื่อที่จะทำสปาผมที่เสียนั้นให้ดีขึ้น แต่บางคนนั้นก็เลือกที่จะทำเองเพื่อที่จะประหยัดต้นทุนในการทำผม เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงในการทำให้ผมนั้นเสียน้อยลง ด้วยการที่เรานั้นไปหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่บำรุงเส้นผมมาใช้ แต่เรานั้นก็ต้องสังเกตอีกว่าแต่ละยี่ห้อนั้นที่เราเลือกซื้อมาใช้นั้นทำให้ผมของเรานั้นร่วงหนักกว่าเก่าหรือไม่ เพราะว่าสภาพผมของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ซึ่งเรานั้นไม่รู้ว่าสภาพผมของเรานั้นแพ้อะไรบ้าง เช่นกันกับการที่เรานั้นไปทำที่ร้านก็เหมือนกัน  เพราะว่าบางร้านเขาก็นำผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะแก่ผมเรานั้นมาใช้กับเส้นผมของเราได้เหมือนกัน 

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์

สุขภาพ

วิธีการทำให้ลูกๆกินผักตั้งแต่เด็กจนโต

สำหรับพ่อแม่หลายๆคนอาจจะมีลูกพี่ไม่ชอบกินผักกันใช่ไหมคะเด็กๆอาจจะให้เหตุผลกับเราว่ามันเป็นสีเขียวมันขมหรือไม่อร่อยมันแข็งเกินไปแต่วันนี้เราจะจัดปัญหาทั้งหมดนั้นทิ้งไปด้วยกรรไกรผู้เดียวโดยการที่เราจะมาบอกถึงวิธีการที่จะทำให้ลูกกินผักที่พ่อแม่ไม่จำเป็นที่จะต้องบังคับลูกเลยค่ะซึ่งพ่อแม่หลายๆคนคงอยากรู้กันแล้วใช่ไหมคะว่าจะมีวิธีอะไรที่จะทำให้ลูกกินผักและต่อไปกลายเป็นคนฉลาดได้พร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ

1.สำหรับพิธีแรกนั่นก็คือคุณจำเป็นที่จะต้องนำผักมาต้มในน้ำเดือดที่ร้อนจัดจนผักนิ่มมากค่ะจนรู้สึกว่าเหมือนมันไม่ใช่ผักเป็นเพียงแค่หมูที่สุดเท่าที่จะทำได้ซึ่งจะทำให้เด็กๆไม่คิดว่านั่นคือผักที่จะขมแข็งและไม่อร่อยสำหรับเด็กๆดังนั้นก็จะทำให้เด็กๆมีความรู้สึกว่าผักทุกชนิดมันนิ่มแล้วมันก็อร่อยแต่มันจะเจ็บก็จะอยากกินผักมากขึ้นทีละนิดทีละนิดจนสุดท้ายก็จะชินไปเองค่ะแล้วพอโตขึ้นมาเขาก็จะสามารถที่จะกินผักเองได้ด้วยตัวเองโดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องต้มผักให้นิ่มค่ะ

2.ส่วนสำหรับอีกวิธีนึงนั่นก็คือจำเป็นที่จะต้องนำผักที่เริ่มแข็งนำมาหั่นให้ละเอียดเป็นก้อนเล็กๆค่ะ และหลังจากนั้นก็นำหักที่แข็งที่เราหันและเตรียมไว้แล้วไปผสมไว้กับข้าวสวยให้เข้ากันจนละเอียดค่ะหลังจากนั้นก็นำไปให้ลูกน้อยของเรากินซึ่งนั่นก็ทำให้เด็กๆคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ข้าวและคิดว่าเขาก็ไม่ได้ขมและไม่ได้ไม่อร่อยอย่างที่เด็กๆคิดก็จะทำให้เด็กๆมีความรู้สึกที่อยากจะกินผักมากขึ้นและมีความเชื่อใจกับตัวเองว่าหากไม่ได้ขมแต่จริงๆแล้วมันก็อร่อยดังนั้นเด็กๆก็จะอยากกินแล้วก็จะทำให้เด็กๆชินไปเองเช่นเดียวกันจนสุดท้ายคุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องนำผักมาคลุกข้าวหรือนำผักมาต้มให้นิ่มเพราะเด็กๆ

จะชินและสามารถที่จะกินแข็งเองได้ชื่อหลังจากที่คุณทำการสอนวิธีนี้ก็จะทำให้เด็กๆมีความกระตือรือร้นที่จะกินผักมากขึ้นและหลังจากที่เด็กๆกินค่ะคุณก็ควรจะให้รางวัลเช่นซื้อขนมให้เด็กๆเป็นกันให้รางวัลที่หักกินผักหรือแม้กระทั่งการทำตารางคะแนนว่าหากเด็กๆกินผักก็จะทำให้เด็กๆได้คะแนน 1 คะแนนเด็กๆได้ยินอย่างนั้นก็พยายามที่จะกินผักให้มากขึ้นเพื่อที่จะได้คะแนนได้คะแนนครบตามที่คุณกำหนดคุณก็ควรที่จะซื้อของเล่นให้พวกเขาไม่ว่าเขาจะขออะไรก็ตามคุณก็ควรที่จะให้ตามคำขอของเขา

 

 

สนับสนุนโดย  หวยลาวจ่ายบาทละเท่าไร

สุขภาพ

เมนู ที่สาวๆหรือคนลดน้ำหนักอย่าเผลอกินนะ ไม่งั้นหุ่นไม่เฟิร์มแน่

สาวๆที่กำลังลดน้ำหนัก รู้หรือไม่ว่า 9 อย่างที่ควรเลี่ยงหรือลดให้ได้มากที่สุด มีอะไรบ้าง เพราะหากสาวๆที่กำลังลดน้ำหนักเผลอกินบ่อยๆละก็ ลดน้ำหนักยากแน่นอน

ชา กาแฟ 

จริงๆ สาวๆที่กำลังลดน้ำหนักสามารถกินชา กาแฟได้นะ แต่ต้องไม่ใส่น้ำตาลหรือไม่หวานนั้นเอง เพราะหากสาวๆที่กำลังลดน้ำหนัก กินชา กาแฟ ที่หวานๆ ใส่ครีม ใส่น้ำตาล ให้รสเข้มข้นหวานมัน อยู่ละก็ คุณจะลดน้ำหนักยากทันที เพราะการกิน ชา กาแฟแบบนี้ ต้อ 1 แก้ว แคลอรี เทียบเท่าหรือมากกว่าข้าว 1 จานเลยทีเดียวนะ สาวๆที่ตั้งใจลดน้ำหนักหันมาดื่ม ชา กาแฟ แบบไม่หวานเลยจะดีกว่านะ

อาหารประเภทผัดต่างๆ 

หากสาวๆที่กำลังลดน้ำหนักแต่ยังชอบกินข้าวผัดมันกุ้ง ข้าวกระเพราน้ำมันเยอะๆ หรือผัดคะน้าหมูกรอบ รับรองลดยังไงคุณก็ลดไม่ได้ เพราะการที่คุณกินอาหารประเภทผัดแล้วน้ำมันเยอะๆด้วยแล้ว เหมือนคุณกินน้ำมันเข้าไปด้วยซึ่งแคลอรีมันสูงมาก และหากไม่ใช้น้ำมันที่ดีแล้วด้วย มันจะส่งผลเสียกับร่างกายคุณได้นะ หากสาวๆที่ลดน้ำหนักอยากกินอาหารประเภทผัด แนะนำให้ใช้น้ำมันที่ดี อย่าง น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกคาโนล่า น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะพร้าว เป็นต้น ซึ่งน้ำมันพวกนี้หากคุณกินในปริมาณที่พอดีจะเพิ่มไขมันดี ลดไขมันไม่ดีในร่างกายคุณด้วย ซึ่งก็เป็นตัวช่วยอย่างหนึ่งในการลดน้ำหนักของคุณได้นะ 

ขนมซองกรุบกรอบ

พอถึงช่วงบ่าย ก็รู้สึกหิวขึ้นมาหรืออยากหาอะไรเล่นๆกิน สาวๆที่ยังคงหยิบขนมจำพวก ขนมซองกรุบกรอบอยู่ คุณรู้หรือไม่ว่า อาหารเหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์ได้เลย เหมือนคุณกินแป้งที่เอาไปทอดกับน้ำมันแค่นั้นเอง สารอาหารก็ไม่ได้มีอะไร กลายเป็นว่าเหมือนคุณกินแป้งและได้แคลอรีจากแป้งและจากที่เอาไปทอดเข้าไปอีก ทางที่ดีคุณเลือกซื้อขนมปังโฮลวีทและ หยิบ มากิน 1-2 แผ่น ยังดีกว่าเยอะ เพราอย่างน้อยแป้งโฮลวีทก็เป็นคาร์โบไฮเดรตที่ดีและไม่ได้ผ่านการทอดด้วย คุณลองเปลี่ยนจากขนมซองเป็นของว่างอื่นๆอย่างขนมเพื่อสุขภาพดูสิ แบบนี้ช่วยคุณลดน้ำหนักง่ายขึ้นแน่นอน

อาหารแปรรูปต่างๆ

อาหารจำพวก ลูกชิ้น ไส้กรอก หรือ แฮม ที่ผ่านการแปรรูปมา จริงๆแล้วเหลือเนื้อสัตว์น้อยมากเพราะเค้าต้องนำไปผสมแป้งและแปรรูปและปรุง ทั้งกลิ่นและรสชาติ ซึ่งกินไปแล้วไม่ได้ดีต่อร่างกายเลย เพราะกลายเป็นว่าคุณอาจได้โซเดียมเยอะทำให้ตัวบวม และยังได้สารอาหารน้อยอีกด้วยนะ คุณลองหันมากินเป็น ไข่ต้ม อกไก่ย่าง สิ จะช่วยเพิ่มโปรตีนและทำให้คุณสามารถลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้นด้วย ถ้าเทียบกับการกิน อาหารแปรรูป

 

สนับสนุนโดย  v9bet

สุขภาพ

ฝุ่น PM2.5 คืออะไร

อธิบายถึง ฝุ่น PM2.5 มีดังนี้

อากาศ คือก๊าซที่มนุษย์เราใช้หายใจเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด ปัจจุบันนี้อากาศที่เราใช้หายใจมันไม่ใช่อากาศที่บริสุทธิ์อีกต่อไปแล้ว มันถูกปนเปื้อนไปด้วยมลพิษ เชื้อโรค และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5  ซึ่งปกติแล้วขนจมูกที่อยู่ในจมูกของมนุษย์เราสามารถที่จะช่วยกรองฝุ่นละอองไม่ให้เดินทางมาในระบบทางเดินหายใจของเราได้ แต่ทุกวันนี้มลพิษทางอากาศในประเทศไทยของเรามีเยอะขึ้น

โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่ขนาดเล็กมากจนขนจมูกไม่สามารถกรองดักไว้ได้ เมื่อเราหายใจเอาเข้าไปในร่างกายจึงทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

 

ฝุ่น PM2.5 คือ ฝุ่นละอองที่ปะปนอยู่ในอากาศ

ที่เราใช้หายใจมีขนาดเล็กมาก นักวิจัยบอกว่ามันมีขนาดไม่เกิน 2.5ไมครอน ถ้านึกไม่ออกว่ามันเล็กขนาดไหน ให้ลองนึกภาพเส้นผมของมนุษย์เราหนึ่งเส้น ฝุ่น PM2.5 มีขนาดแค่ 1 ใน 25 ส่วนตามยาวของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมเราเท่านั้น จะเห็นว่าขนาดของมันเล็กมาก เล็กจนขนจมูกเราไม่สามารถดักกรองไม่ให้พวกมันเดินทางเข้าสู่ร่างกายของเราได้  เมื่อฝุ่น PM2.5 ตัวนี้เข้าสู่ร่างกายของมนุษย์เรา มันจะแพร่กระจายอย่างรวดไปตามกระแสเลือดและอวัยวะภายในต่างๆ เมื่อสะสมไว้ในร่างกายเป็นจำนวนมาก ก็จะพัฒนาก่อตัวมาทำลายระบบภายในทำให้ร่างกายอ่อนแอและเกิดโรคขึ้นได้

หลายคนสงสัยว่า ฝุ่น PM2.5 เกิดขึ้นได้อย่างไรมีแหล่งกำเนิดมาจากไหน และที่สำคัญมีผลกระทบต่อสุขภาพของเราร้ายแรงยังไง วันนี้เรามาตอบข้อสงสัยตรงนี้กันคะ

 

ฝุ่น PM2.5 มีแหล่งกำเนิดส่วนใหญ่มาจากมลพิษที่มนุษย์

เราเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาเองและการรวมตัวของก๊าซพิษที่เกิดเองตามธรรมชาติในชั้นบรรยากาศ ซึ่งปัญหาที่ตรวจพบแท้จริงมีสาเหตุมาจากมนุษย์ เช่น การเผาขยะ , เผาหญ้าเผาป่าเพื่อเตรียมการเพาะปลูก , ควันจากท่อไอเสียรถยนต์  และ ฝุ่นที่มาจากการก่อสร้าง เป็นต้น กรณีที่เราหายใจเอาฝุ่นพวกนี้เข้าไปเก็บสะสมไว้ในร่างกายของเราในปริมาณมาก จะส่งผลเสียต่อร่างกาย 1.ทางผิวหนังอาจเกิดผื่นคัน , ปวดแสบปวดร้อน , เป็นลมพิษ 2.ทางระบบหายใจ อาจเกิดอาการไอ จาม ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ ,โรคหอบหืด ,โรคถุงลมโปร่งพอง ,โรคปอดเรื้อรัง , โรคหัวใจและหลอดเลือดอักเสบ หรือสุดท้ายพัฒนาจนกลายเป็นมะเร็งปอด ทางที่ดีเพื่อความปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 เบื้องต้นเราควรซื้อหน้ากากป้องกันฝุ่น ที่เรียกว่า หน้ากาก N95 มาใช้

ถ้าช่วงนี้คุณตื่นเช้าขึ้นมาแล้วมองที่ไปหน้าต่างเห็นหมอกปกคลุม อย่าเพิ่งหลงดีใจไปนะคะเพราะสิ่งที่คุณเห็นแท้จริงแล้วมันคือกลุ่มฝุ่นละออง PM2.5 ที่จับตัวกันจนเป็นก้อนมหึมาต่างหากล่ะ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย ชุดตรวจ hiv

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

ประโยชน์ของการล้างจมูก

ประโยชน์ของการล้างจมูก
การ “ล้างจมูก” ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยฟังแล้วบางครั้งอาจจะยังไม่เคยได้ยิน และบางทีก็อาจจะรู้สึกกลัวเมื่อมองเห็นแนวทางการทำ แม้กระนั้นจริงๆ การล้างจมูกไม่ได้ทำยากและไม่น่าขนลุกเหมือนอย่างที่คิดจ้ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีปัญหาเป็นโรคภูมิแพ้ ไซนัส ไอเรื้อรัง ถ้าหากทำความสะอาดโดยการล้างจมูก บ่อยๆ จะช่วยลดการเสี่ยงการเกิดโรคไข้หวัดได้ ถ้าเกิดต้องการมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงขึ้น นอน หลับสนิท ตื่นมาแจ่มใสไม่เหนื่อย วันนี้เรานำกรรมวิธีล้างจมูกที่ถูกรวมทั้งดีต่อร่างกายมาฝากกันจ้ะ ลองนำไปปฏิบัติตามขั้นตอนกันดูนะคะ ยืนยันว่าร่างกายแข็งแรง ขึ้นไกลห่างโรคไข้หวัดแน่ๆ

การล้างจมูก เป็นยังไง ?
การล้างจมูก คือ วิธีการทำความสะอาดโพรงจมูกโดยการใส่หรือหยอดน้ำเข้าไปในจมูก การล้างจมูกจะช่วยชำระล้างมูก คราบเปื้อนมูก หรือหนองรอบๆโพรงจมูก หลังจากที่โพรงจมูกของเราถูกล้างแล้ว ทำให้โพรงจมูกสะอาด ควรที่จะใช้น้ำเกลือล้างจมูกที่ความเข้มข้น 0.9% (ความเข้มข้น 0.9% ช่วยลดความเหนียวของน้ำมูก และยังยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรค)

ประโยชน์จากการล้างจมูก มีอะไรบ้าง ?
– ทุเลาอาการระคาย

– ลดอาการคัดจมูก แน่นจมูก ช่วยทำให้จมูกเตียนโล่งขึ้น

– ปกป้องการเกิดโรคไข้หวัดต่างๆ โรคภูมิแพ้ แล้วกลายเป็นอาการไอเรื้อรัง

– ป้องกันการลุกลามเชื้อโรคจากจมูก รวมทั้งไซนัสไปสู่ปอด

– ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่เยื่อบุจมูก

– ช่วยลดน้ำมูกหรือหนองที่อุดอยู่รอบๆ รูเปิดของโพรงไซนัส

– ช่วยลดการอักเสบของไซนัส ลดจำนวนการใช้ยาสำหรับเพื่อการรักษาโรคภูมิแพ้ และโรคไซนัส

– ช่วยป้องกันการเกิดพังผืดที่อาจจะเป็นผลให้รูจมูกหรือไซนัสตีบแคบ

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

สดใสยามเช้า เพราะอาหารเช้าที่มีประโยชน์

ประโยชน์ของอาหารเช้า
อาหารเช้ามีประโยชน์มากกว่าความอิ่มท้อง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่งดอาหารเช้าหรือเร่งรีบไม่มีเวลาทานให้ลองอ่านบทความนี้ แล้วคุณอาจจะเปลี่ยนใจ และหันไปทานอาหารเช้าที่ไม่ได้ทานมาแสนนาน เราไปดูกันเลยดีกว่าว่า อาหารเช้านั้นมีประโยชน์และช่วยอะไรเราบ้าง

1. ช่วยให้ความจำดีขึ้น
ที่ผ่านมา มนุษย์ ต้องใช้ความคิดอยู่เสมอ ซึ่งหลายๆ คนนั้นมีความสามารถในการจำบางสิ่งบางอย่างไม่เท่ากัน ซึ่งการที่เราไม่ทานอาหารเช้าก็เป็นหนึ่งสาเหตุ มีการวิจัยพบว่า การรับประทานอาหารเช้ามีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การทำงาน ทำให้ระบบความจำ ทักษะการเรียนรู้ และอารมณ์ดีขึ้นด้วยค่ะ แต่หากใครไม่ทานอาหารเช้าจะมีสมาธิน้อยลงและสมองก็ทำงานได้ไม่เต็มที่

2. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้
มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญเพราะให้พลังงานและกระตุ้นระบบเผาผลาญให้เริ่มทำงานได้ อีกทั้งผู้ป่วยโรคเบาหวานหากรับประทานอาหารเช้าจะเป็นผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก เพราะจะช่วยลดภาวะผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน หรือที่เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลินซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานนั้นลดลงถึง 35-50% เลยทีเดียวค่ะ

3. ช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้
การรับประทานอาหารเช้าช่วยควบคุมน้ำหนัก เพราะจากมื้อดึกของเมื่อวานจนถึงเช้านี้เราต้องอดอาหารนานเกินไป หากเราไม่ทานอาหารเช้าอีกน้ำตาลในเลือดจะลดลงจนไปเพิ่มแนวโน้มการรับประทานอาหารที่มีพลังงานและไขมันสูงในมื้อเที่ยงมากขึ้นและนี่ก็เป็นสาเหตุให้มีน้ำหนักเกินและโรคอ้วนได้อย่างไม่รู้ตัวอีกด้วยค่ะ

4. ลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคหัวใจ
ผลการวิจัยจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจในอเมริกาเมื่อปี 2003 พบว่า การรับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมออาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดสมองและโรคหัวใจได้ด้วย เพราะเลือดของเราจะมีความเข้มข้นมากในตอนเช้า และหากส่งเลือดไปเลี้ยงสมองหรือหัวใจ จะทำให้เกิการอุดตัน แต่ถ้ารับประทานอาหารเช้าเข้าไปจะช่วยให้ระดับความเข้มข้นในเลือดเจือจางลงด้วยค่ะ

5. ช่วยลดโอกาสเกิดโรคนิ่ว
การไม่รับประทานอาหารนานกว่า 14 ชั่วโมงจะทำให้คอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีจับตัวกันนาน หากนาน ๆ ไปสิ่งที่จับตัวกันนั้นจะกลายเป็นก้อนนิ่ว แต่หากเราทานอาหารเช้าเข้าไปล่ะก็ มันจะไปกระตุ้นให้ตับปล่อยน้ำดีออกมาละลายคอเลสเตอรอลที่จับตัวกันอยู่ได้

6. ช่วยพัฒนาสมอง
การอดอาหารเช้าเป็นเวลานาน อาจทำให้เราได้รับสารอาหารไม่เพียงพอในแต่ละวัน โดยเฉพาะเด็กๆ ถ้าหากไม่ทานอาหารเช้า นอกจากขาดสารอาหารมาเลี้ยงสมองแล้ว ยังอาจทำให้ไม่แข็งแรง การเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ส่งผลทั้งระยะสั้นและไปถึงระยะยาว

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

นอนกัดฟันอย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ

โอ๊ย! ทำไมปวดหัวแล้วยังปวดฟันอีก อ๊ะๆ คุณกำลังนอนกัดฟันรึเปล่านะ การที่เรามีอาการ “นอนกัดฟัน” เป็นปัญหาที่มองข้ามไม่ได้ มันอาจดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นอาการที่พบได้บ่อยมากๆ ในทุกเพศทุกวัย และมันอาจส่งผลเสียที่ร้ายมากๆ ต่อคุณภาพชีวิตของคุณ ทำให้การนอนของคุณสะดุดติดขัดถึงแม้ว่าอาการนอนกัดฟันจะเกิดแบบไม่รู้ตัวก็ตาม ซึ่งนอกจากปัญหานี้จะส่งผลโดยตรงกับตัวคุณเองที่ต้องเสี่ยงต่อฟันสึกกร่อนแล้ว ยังส่งผลไปยังคนรอบข้างของคุณอีกด้วย

นอนกัดฟัน คืออะไร?
อาการนอนกัดฟันเกิดขึ้นจากอะไร การนอนกัดฟันเป็นลักษณะอาการของผู้ที่หลับไปแล้ว แต่จะมีเสียงออกมาคล้ายกับคนนอนกรน แต่เป็นเสียงเหมือนฟันขบกัดกัน สบกันแรงๆ ซึ่งระหว่างที่กำลังนอนหลับอยู่ จะมีเสียงเบาหรือดังก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน และส่วนใหญ่ผู้ที่มีอาการนอนกัดฟันมักที่จะไม่เคยรู้ตัวมาก่อน และไม่สามรถที่จะขัดขืนพฤติกรรมนี้หรือบังคับไม่ให้นอนกัดฟันไม่ได้

6 สาเหตุของอาการ นอนกัดฟัน
จริงๆ แล้ว สาเหตุของการนอนกัดฟัน เกิดจากการที่เราอาจจะกำลังป่วยเป็นโรคผิดปกติจากการนอนหลับ และยังอาจมาจากสาเหตุที่เกิดขึ้นได้ชั่วคราว เช่น

  1. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น
  2. ความเครียด
  3. การดื่มแอลกอฮอล์
  4. ใช้ที่อุดฟันที่สูงเกินฟันจริงมากเกินไป
  5. เป็นโรคปริทันต์อักเสบ หรือเหงือกอักเสบรุนแรง
  6. มีความผิดปกติของขากรรไกร เช่น ขากรรไกรค้างบ่อยๆ

6 สัญญาณอันตรายของอาการ “นอนกัดฟัน” ที่ต้องพบหมอด่วน

  • ตื่นเช้ามา รู้สึกปวดขากรรไกรบ่อยๆ
  • คนใกล้ตัวบอกว่า นอนกัดฟันบ่อยๆ
  • ปวดศีรษะ
  • นอนกัดฟันอย่างรุนแรง จนรู้สึกเหมือนปวดฟัน ฟันสึก ฟันโยก
  • มีแผลในปาก หรือกระพุ้งแก้ม โดยไม่ได้มาจากการเคี้ยวผิดจังหวะ หรือไม่ทราบสาเหตุ
  • เสียวฟัน

อันตรายจากการนอนกัดฟัน
อย่างไรก็ตามอันตรายจากการนอนกัดฟันที่นอกจากจะทำให้คนที่นอนอยู่ข้างๆ เกิดความรำคาญ และอาจนอนไม่หลับแล้ว การที่นอนกัดฟันบ่อยๆ จนอาจเกิดแทบทุกวัน ยังส่งผลให้มีความเสี่ยงที่จะลดประสิทธิภาพในการนอนหลับพักผ่อนลง และเสี่ยงให้เกิดปัญหาฟันสึกกร่อนมาก ถึงขนาดเข้าไปถึงชั้นเนื้อฟัน และส่วนใหญ่จะเกิดที่ฟันกราม อาจส่งผลให้มีปัญหาในการบดเคี้ยวอาหาร โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่เสี่ยงฟันสึกกร่อนแล้วยังส่งผลถึงปัญหาเรื่องฟันโยกได้มากกว่าวัยอื่นๆ

ดังนั้น หากสงสัยว่าตัวเองมีความผิดปกติขณะนอนหลับ อาจมีความเสี่ยงนอนกัดฟัน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านโรคความผิดปกติจากการหลับ เพื่อวินิจฉัยตรวจหาสาเหตุ และรับการรักษาอย่างเหมาะสม