สุขภาพ

พฤติกรรมที่ควรเลี่ยงถ้าไม่อยากไตวาย

หลายๆคนไม่รู้ว่าสิ่งที่เราได้ทำอยู่ในแต่ละวันมันทำให้ไตเราเสื่อมและเสี่ยงที่จะมีภาวะไตเสื่อมไตวายและอาจจะต้องล้างไตไปตลอดชีวิตได้เรามาดูกันดีกว่า

พฤติกรรมที่หนึ่งเลยก็คือ คนที่ชอบกลั้นปัสสาวะ  โดยเฉพาะสาวๆที่ชอบกลั้นฉี่เวลาที่เราอั้นฉี่เป็นเวลานานๆมันจะทำให้มีการติดเชื้อในระบบทางเดิมปัสสาวะได้เน้นย้ำเลยอย่ากลั้นปัสสาวะเพราะว่าเวลาที่เรากลั้นปัสสาวะไปนานๆจะทำให้มีการติดเชื้อได้และทำให้ไตของเราเสื่อมได้

พฤติกรรมที่สองก็คือ การดื่มน้ำน้อย ในแต่ละวันเราควรที่จะดื่มน้ำให้เพียงพอประมาณ6-8แก้วหรือประมาณลิตรครึ่งถึงสองลิตรอะไรประมาณนี้อยากให้ดื่มให้เพียงพอ เพราะว่าเมื่อไหร่ที่ร่างกายของเราขาดน้ำมันจะทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงที่ไตน้อยลงและทำให้ไตเสื่อมได้เร็วขึ้นเน้นย้ำ6-8แก้วหรือจะมากกว่านั้นได้ยิ่งดี

ถ้าสมมุติว่าท่านมีภาวะที่จะต้องเสียน้ำอย่างเช่นออกกำลังกายหรือไปอบซาวน่าแบบนี้เสียน้ำเสียเหงื่อเสียเกลือแร่แบบนี้ก็ดื่มน้ำทดแทนเข้าไปให้เพียงพอ

พฤติกรรมที่สามที่ทำร้ายไตก็คือ ปล่อยให้ติดเชื้อเรื้อรัง อย่างเช่นที่เราจะบอกก็คือ ตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้ที่เราชอบกลั้นปัสสาวะและชอบดื่มน้ำน้อยก็จะทำให้เรามีภาวะการติดเชื้อในระบบทางเดนปัสสาวะหรือติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะสมมุติใครที่แบบว่ามีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่บ่อยๆติดเชื้อเรื้อรังเดือนนึงติดเชื้อสามครั้งถือว่าเรื้อรังถือว่าเป็นแล้วเป็นอีก

โดยจะทำให้เกิดภาวะไตเสื่อมเดียวกันยังไงก็ให้แก้ที่สาเหตุเริ่มต้นก็คือห้ามกลั้นปัสสาวะแล้วก็ให้ดื่มน้ำเปล่าให้เยอะๆหลังจากนั้นเราก็จะไม่มีภาวะของการติดเชื้อทำไม่มีภาวะติดเชื้อเรื้อรังสมมุติว่ามันเริ่มเป็นขึ้นมาแล้วก็ให้รีบรักษาให้หายอย่างเร็วที่สุดอย่าปล่อยทิ้งเอาไว้เรื้อรังเพราะมันจะมีผลกับไตของคุณ

พฤติกรรมที่สี่ที่ทำร้ายไตก็คือ ทานเนื้อสัตว์มากเกินไป คือในกระบวนการย่อยเนื้อสัตว์มันจะได้ของเสียอยู่ตัวหนึ่งก็คือยูเรียลทีนี่ในหน้าที่ของไตนั้นจะมีอยู่ข้อหนึ่งก็คือไตมีหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกาย

เมื่อไหร่ก็ตามที่เราทานเนื้อสัตว์เข้าไปเยอะๆอย่างเช่นถ้าเป็นเนื้อสัตว์ใหญ่ๆแบบนี้เราก็จะได้รับของเสียจากการย่อยค่อนข้างที่จะเยอะมันเลยทำให้ไตของเราทำงานมากขึ้นพอไตทำงานหนักมากก็ก็จะมีความเสี่ยงที่ไตเราจะเสื่อมได้เร็วขึ้นก็แนะนำว่าหากอยากได้โปรตีนจากเนื้อสัตว์แนะนำว่าให้ทานเป็นไข่ขาวหรือเนื้อปลา

 

สนับสนุนโดย.  ผลหวยยี่กีล่าสุด

สุขภาพ

ลดพุงต้องเลี่ยงอาหารเหล่านี้

ซึ่งความน่ากลัวของน้ำข้าวโพดก็คือมันจะถูกส่งตรงไปที่ตับเลยแน่นอนว่ามันได้อยู่ที่บริเวณหน้าท้องของเรามันก็เลยทำให้เราดูพุงใหญ่และที่สำคัญถ้าเราใช้พลังงานไม่ทันมันก็จะไปสะสมอยู่ที่ตับกลายเป็นเกาะอยู่อวัยวะภายในของเราก็อาจทำให้เกิดเป็นต้นเหตุของโรคเสื่อมต่างๆตามมาด้วย

โดยได้มีการทดลองในหนูให้หนูทั้งสองกลุ่มนี้กินอาหารที่เหมือนกันสองกลุ่มกินแคลอรี่เท่ากันเลยกลุ่มนึงกินน้ำตาลธรรมดาอีกกลุ่มกินน้ำตาลที่เป็นน้ำเชื่อมข้าวโพดปรากฎว่าหนูในกลุ่มที่กินน้ำเชื่อมข้าวโพดมีไขมันสะสมที่บริเวณช่องท้องมากกว่าหนูที่กินน้ำตาลธรรมดาเพราะฉะนั้นแล้วมันก็ชัดเจนเลยว่าคุณควรที่จะหลีกเลี่ยงพวกน้ำเชื่อมต่างๆเราควรที่จะเลือกนิดนึงเราดูด้านข้างซองได้

ดังนั้นตัวแรกก็คือ ไขมัน ตรงไปตรงมาเราจะลดไขมันจะต้องระวังการกินไขมันเข้าไปแต่ไขมันนี้เราอยากจะให้ระมัดระวังกันเป็นพิเศษก็คือตัวไขมันทรานส์ โดยไขมันทรานส์เป็นไขมันที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเขาเอาไปผ่านกระบวนการบางอย่างเพิ่มไฮโดเจนเข้าไปมันเลยทำให้เป็นไขมันชนิดพิเศษเวลาที่จะนำเอาไปทำอาหารแล้วรสชาติอร่อยเก็บได้นานแถมราคาถูกอีกด้วย

เพราะฉะนั้นแล้วมันจึงเป็นที่นิยมกันมากๆในการนำเอามาใช้ในเชิงอุตสาหกรรมมันก็จะอยู่ในพวกฟาสต์ฟู้ดอยู่ในพวกขนมก๊อบแก๊บที่เป็นฟองพวกนี้ถ้าเราหลีกเลี่ยงได้ก็ให้ควรหลีกเลี่ยงเพราะถึงแม้จะมีแคลอรี่ไม่ต่างจากการกินของทอดหรือกินไขมันอื่นๆแต่ว่าผลเสียต่อสุขภาพมันมีเยอะมากๆและมันลงไปสะสมอยู่ที่พุงของเราเป็นหลักเลยและสุดท้าย

เนื่องจากนี้ตัวที่สองเลยก็คืออาหารประเภทแอลกอฮอล์ที่มันจะไปสะสมอยู่ที่พุงอย่างชัดเจนมากทุกๆรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเหล้าเป็นเบียร์เป็นไวน์ใช่หมดแอลกอฮอล์ได้ให้พลังงานถึง7กิโลแคลอรี่ต่อกรัมใกล้เคียงกับน้ำมันเลยแล้วเราก็คงไม่สามารถที่จะกินน้ำมันเป็นแก้วๆได้แต่แอลกอฮอล์เราสามารถกินได้เยอะมากๆ

นอกจากนี้พอมันมีพลังงานเยอะ เยอะไม่พอเสร็จแอลกอฮอล์มันใช่สารอาหารหมู่ไหนเลยเพราะฉะนั้นเวลาที่ร่างกายของเราได้รับเข้าไปร่างกายจะคิดว่ามันคือสารพิษเมื่อคิดว่าเป็นสารพิษก็จะส่งตรงไปที่ตับเลยให้ตับขจัดออกกลายเป็นว่าแอลกอฮอล์นี้ถูกส่งตรงไปที่พุงพูดง่ายๆอยู่ที่ตับ

เมื่อเราใช้พลังงานเหล่านี้ออกไปไม่หมดมันก็จะถูกสะสมอยู่ที่ตับที่พุงของเราทำให้เราพุงใหญ่แล้วยังเสี่ยงกับโรคเสื่อมต่างๆตามมาอีกด้วยเพราะฉะนั้นแล้วอาหารเหล่านี้เป็นตัวหลักเลยที่คนอยากลดพุงที่จะต้องเลี่ยงให้ได้

 

สนับสนุนโดย    วิธีสมัครเล่นหวยฮานอย

สุขภาพ

ดื่มน้ำเท่าไหร่ถึงจะพอดีกับไต

น้ำดื่มอะไรที่จะบำรุงไตได้บ้างอันดับแรกคือ น้ำเปล่า ถามว่าน้ำเปล่าบำรุงไตได้จริงไหมมาดูกัน น้ำเปล่าดื่มได้เลยไม่มีปัญหาเกี่ยวกับไตแต่ถามว่าบำรุงไตไหมก็อยู่ที่ว่าปริมาณที่ท่านกินมันเหมาะสมหรือเปล่าถ้าท่านดื่มน้อยไปอันนี้ไม่เหมาะสมแน่นอนจะเกิดนิ่วในไตได้

อันนี้ถือว่าเป็นข้อเสียไม่บำรุงไต เพราะว่ากินไม่พอแต่ถ้ากินมากไป บำรุงไตรึเปล่า คือการดกินน้ำดื่มที่มากเกินไปไม่ได้ช่วยเขาเรียกว่าไม่ได้ช่วยให้ไตท่านดีขึ้นแต่ก็ไม่ได้ถึงกับทำให้ไตท่านแย่ลงในคนปกติแต่ถ้าคนเป็นไตวายเรื้อรังนี่แล้วกินน้ำมากเกินอันนี้งานงอกเลยงานเข้าเลย

ซึ่งจะทำให้ตัวบวมเอย แน่นหายใจไม่ออกเรียกว่าหัวใจวายมากมายแล้วคราวนี้รายละเอียด น้ำอุ่นดีกว่าน้ำเย็นไหมต้องบอกไม่แตกต่างทานได้ทั้งคู่น้ำแข็งกินได้ไหมกินได้ไม่ซีเรียส เพราะฉะนั้นถ้าเป็นน้ำเปล่าท่านสามารถทานได้เลยมีปัญหากับไตไหมไม่มีกินน้อยไประวังเป็นนิ่วกินมากไปไม่ได้มีประโยชน์ 

เพราะฉะนั้นกินให้พอดี พอดีนี้คือเท่าไหร่ก็คือวันละประมาณ2ลิตรนั่นเองถ้าตัวเล็กหน่อยก็น้อยกว่านั้นถ้าตัวใหญ่หน่อยก็มากกว่านั้นหน่อยเอาคิดแบบแป๊ะๆก็คือเอา 30 คูณน้ำหนักตัว ถ้าท่านน้ำหนัก 50 ก็คูณ 30 ก็ 1,500 ซีซี ถ้าท่านน้ำหนัก70 คูณ 30 ก็ 2,100 ซีซีต่อวัน

อันนี้ก็คือแบบเหมาะสมแต่ถ้าเกิดขี้เกียจนับก็ดูสีปัสสาวะเอาแล้วกันถ้าเกิดสีเหลืออ่อนๆก็คือใช่โอเคแต่ว่าถ้าเกิดสีเหลืองเข้มปี๋อย่างงี้ไม่โอเคและเทคนิคการกินคือกินให้แบบเขาเรียกไม่ใช่แบบตื่นเช้ามา1,000ซีซี ซดเหือกเลยตอนเที่ยงไม่กินเลยทั้งวันแล้วไปกินเย็นอีก1,000ซีซีอย่างนี้ไม่ดีก็ต้องกินเท่าๆกันไปกินเฉลี่ยๆกันไปอย่างนี้จะได้ผลดีมากกว่าสำหรับน้ำเปล่า

คราวนี้มาดูน้ำอันที่สอง น้ำหวาน บำรุงไหม คือน้ำหวานต้องบอกว่าสำหรับผู้ป่วยโรคไตทานได้ไม่มีปัญหาเลยสบายมากแล้วก็สำหรับคนธรรมดาก็ทาทนได้สบายมากไม่ได้มีปัญหาอะไรกับไตชีวิตดีกินได้มีความสุข 

ถ้าเกิดเป็นผู้ป่วยที่มีเบาหวานด้วยก็ต้องระวังเพร่าน้ำหวานน้ำตาลสูงไงหรือคนปกติทั่วไปที่มีเบาหวานก็ต้องระวังเรื่องน้ำตาลก็ตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นน้ำหวานก็ต้องระวังน้ำตาลแล้วถ้าเกิดน้ำหวานของท่านมันเป็นชานมไข่มุกมันมีส่วนผสมของนม ส่วนผสมครีมเทียมอันนี้ถ้าท่านเป็นคนปกติมันก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่แต่ท่าที่เป็นผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง

ซึ่งบอกเลยว่าคนที่เป็นไตวายเรื้อรังในประเทศไทยมี10ล้านคนแล้วท่านอาจจะเป็นคนหนึ่งในนั้นแต่ไม่เคยไปตรวจเท่านั้นเอง

 

สนับสนุนโดย    วิธีเล่นหวยฮานอยให้ถูก

สุขภาพ

ข้อห้ามหากไม่อยากโดนฟอกไต

ซึ่งคุณไม่อยากฟอกไตไปตลอดชีวิตห้ามเลยก็คือ ทานยาแก้ปวดทุกวันบางทีมันคิดอะไรไม่ออกปวดนู่นนิดปวดนี่หน่อยก็ซื้อยาแก้ปวดมาทานคือถ้าเป็นแค่พาราเซตามอลยังพอทำเนาพอแบบไม่รุนแรงมากมายแต่สักพักหนึ่งร่างกายมนุษย์เวลาดื้อยากินยาแก้ปวดบ่อยๆเข้าตัวนี้เอาไม่อยู่ต้อเพิ่มอีกตัวมาต้องเพิ่มตัวนั้นมาเพิ่มตัวนี้มาและตัวที่เพิ่ม

ส่วนใหญ่เขาจะเป็นยากลุ่มที่เรียกว่ากลุ่มNSAIDsเป็นกลุ่มยาแก้ปวดที่ไม่ใช่สสเตียรอยด์ถ้าเป็นสเตียรอยด์หนักกว่านี้อีกแต่ตรงนี้เป็นกลุ่มNon-steroidalแต่ถ้าท่านทานไปนานๆก็มีปัญหายาแก้ปวดทานไปนานๆก็จะมีภาวะไตวายเรื้อรังความดันสูงกระเพาะทะลุตับวายได้ทุกอย่างเลย

นอกจากนี้ยังได้มีการวิจัยแล้วว่าท่านที่ทานยาแก้ปวดตลอดเวลาไปเรื่อยๆเป็นระยะเวลาหลายๆปีติดกันมีปัญหาเรื่องหลอดเลือดหัวใจหลอดเลือดสมองหลอดเลือดไปเลี้ยงไตตีบแคบแล้วก็อุดตันจะมีภาวะทำให้ทั้งตับวาย ไตวายสมองเสื่อมหรืออาจจะเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้หรือเป็นโรคหัวใจขาดเลือดได้

เพราะฉะนั้นแนะนำถ้าท่านปวดจนต้องทานยาทุกวัวนแล้วต้องทานยาเกิน1-2สัปดาห์เราคิดว่าควรจะพบแพทย์แล้วเพราะว่าเราต้องรักษาที่สาเหตุการทานยาแก้ปวดเป็นการรักษาที่ปลายเหตุและ เมื่อเรารักษาที่ปลายเหตุไปตลอดเวลานานๆต้นเหตุไม่ได้รักษา

โดยต้นเหตุมันอาจจะเป็นโรคร้ายแรงก็ได้เราควรจะไปรักษาให้เรียบร้อยและเราก็จะปลอดภัยจากภาวะไตวายเรื้อรังและการฟอกไตตลอดชีวิตอีกด้วย

นอกจากนี้สิ่งที่ห้ามทำเลยไม่อย่างนั้นคุณโดนฟอกไตตลอดชีวิตแน่นอนก็คือ ไม่ควบคุมเบาหวานให้ดี บางคบอกว่าเป็นเบาหวานแล้วมันเกี่ยวอะไรกับโรคไตเป็นเบาหวานก็น้ำตาลในเลือดสูงแต่ไตมันก็อยู่ของมันไม่เห็นเป็นอะไรแต่มันเป็นการที่คุณเป็นเบาหวาน

ซึ่งจะมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงนานๆแล้วควบคุมน้ำตาลไม่ดีแบบนี้จะทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายของท่านมีปัญหาคุณอาจจะเคยได้ยินว่ามีผู้ป่วยเบาหวานโดนตัดมือตัดเท้าถามว่าเพราะอะไรก็เพราะเลือดที่ไปเลี้ยงปลายมือปลายเท้าของผู้ป่วยเบาหวานมีการตีบแคบแล้วก็มีสภาวะที่ไม่สมบูรณ์เลือดไปเลี้ยงได้ยาก

เพราะฉะนั้นแล้วใครที่มีภาวะเกี่ยวกับโรคดังกล่าวนี้ขอแนะนำว่าให้ไปพบหมอเพื่อทำการตรวจดูว่าคุณมีค่าดัชนีของน้ำตาลสูงหรือไม่หากไม่ได้ตรวจวัดค่าดูแล้วมันก็อาจจะมีผลเสียตามมาหาตัวคุณเองได้อีกเช่นกันเลย

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

สุขภาพ

ก่อนออกวิ่งต้องรู้สิ่งนี้

การCoach Sila ได้ขอเข้ามากันเยอะมากเลยเกี่ยวกับการทำWarm Up ก่อนที่จะวิ่งหรือแม้กระทั่งจะใช้เป็นการ Warm Upก่อนที่จะออกกำลังกายได้ทุกรูปแบบเลย

โดยการ Warm Upมันจะช่วยอะไรได้บ้างหลักๆเลยช่วยให้Performanceได้การวิ่งของคุณดีขึ้นหรือว่าในการออกกำลังกายในรูปแบบอื่นดีขึ้นมากๆและยังช่วยลดอาการบากเจ็บหลังออกกำลังกายอีกด้วย

ซึ่งวันนี้เราก็จะนำเอาท่าออกกำลังกายมาบอกต่อกันใช้เวลาออกกำลังกายท่าละประมาณ30นาทีนั่นทั้งหมดก็จะใช้เวลาแค่เพียง3นาทีเท่านั้นเองเห็นหรือไม่ว่าเป็น3นาทีที่คุ้มค่าง่ายและมีประสิทธิภาพมากๆ

สำหรับท่าแรกมีชื่อเรียกว่า Knee Hug หรือว่าท่ากอดเข่าโดยการทำแบบกอดเข่าให้ยกขาขึ้นมาให้ดึงเข้าหาลำตัวและให้ทำสลับข้างกันเป็นการยืดGlutesเป็นบริเวณกล้ามเนื้อก้นแล้วก็Hamstringsจะทำให้การวิ่งของคุณไหลดีมากขึ้นทำสลับกันไปเลยทำประมาณ30วินาที

นอกจากนี้ถ้าคุณมีความรู้สึกว่าคุณอยากจะยืดมากหน่อยสำหรับGlutesและHamstringsคุณสามารถทำได้ถึง1-2นาทีก็ได้

สำหรับท่าที่สองเรียกว่า Quad Stretch ก็คือกล้ามเนื้อด้านหน้าขวาในท่า Quad Stretchนี้ให้คุณจับบริเวณเลยข้อเท้ามาหน่อยบริเวณปลายหน้าแข้งแล้วก็ดึงเข้าหาลำตัวทำสลับกันคุณจะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้ากำลังถูกยืดอยู่แต่มีเคล็ดลับถ้าคุณอยากจะยืดกล้ามเนื้อเท้าด้วยควรให้คุณจับที่บริเวณปลายเท้าแล้วดันเข้าหาลำตัวของเราจะเป็นการยืดกล้ามเนื้อด้านหน้าและบริเวณเท้าด้วย

นอกจากนี้ท่าที่สามเรียกว่าLeg Pull ง่ายๆมากเป็นการยกขาขึ้นมาในแนวขวางถ้าคุณจับข้อเท้าเพียงที่เดียวอาจจะเจ็บข้อเท้าได้เราแนะนำให้จับทั้งสองส่วนก็คือบริเวณหัวเข่าและบริเวณส่วนของข้อเท้าให้ดึงขึ้นมาตรงๆเลยแล้วให้เปลี่ยนข้างทำสลับกันตรงนี้เป็นการยืดที่ดีมากเลย

เนื่องจากน้ในท่าที่สี่เรียกว่าLeg Sweeps หรือว่าท่ากวาดบ้านนั่นเองเราสามารถหาผนังหรือว่าแท่นอะไรก็ได้เกาะเอาไว้แล้วเราก็ทำท่าเตะขาธรรมดานี่เองเราขอแนะนำให้มีจังหวะที่พอดีกันท่านี้ไม่เป็นเพียงสำหรับวอมอัพก่อนที่จะวิ่งออกกำลังกายแต่

สำหรับคนที่ทำงานออฟฟิศมีความรู้สึกว่ามันตึงขาเหลือเกินคุณก็สามารถที่จะลุกขึ้นมาทำท่านี้ในระหว่างวันได้เตะขาไปข้างหน้าให้สุดไปข้างหลังให้สุดเป็นท่าที่ทำได้ง่ายมทากและเป็นท่าที่มีประสิทธิภาพมากเลยในการยืดเส้นที่เป็นปัญหาของคนที่เส้นติดหรือว่าเส้นของเรานั้นมันตึงจนเกินไปท่านี้สามารถแก้ได้ดีเลยแหละ

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

สุขภาพ

อาหารที่รับประทานแล้วทำให้คุณมีอายุยืน

สำหรับโปรตีนที่เราได้ก็คือ ไข่ โดยไข่นี้ถึงแม้ว่าจะมีคอเรสเตอรอลสูงแต่ทว่าในงานววิจัยในสมัยใหม่นี้ก็จจะมีแต่คนเข้ามาสนับสนุนว่ามันไม่ได้มีความสำคัญในระดับคอเรสเตอรอลในเลือดของมนุษย์เราเท่าไหร่เราสามารถที่จะรับประทานไข่ได้มากเท่าที่เราอยากจะรับประทานได้เลยแต่ข้อแม้มันอยู่ที่การปรุงโปรตีนของเราอีกด้วย

ซึ่งหากโปรตีนของเราได้ผไปผ่านกระบวนการทอดน้ำมันมันก็จะมีอัตราส่วนของไขมันที่จะเพิ่มขึ้นมาเราไม่ได้บอกว่าห้ามใช้กระบวนการทอดแต่อาจจะต้องเอามาคิดไขมันเพิ่มนกรณีที่เพื่อนๆได้นำเอาไปทอด

สำหรับ ไขมัน โดยไขมันจะเหมือนกันกับโปรตีนเลยคือเพื่อนๆจะต้องรับประทานให้อย่างเพียงพอและจะต้องรับประทานไขมันที่มีคุณภาพดีคำว่าเพียงในที่นี่หมายความว่าไงก็คือเราจะต้องไม่รับประทานไม่เกิน7ช้อนชาต่อวันแต่เมื่อนำเอาไปปฏิบัติจริงมันไม่มีใครสามารถมาตวงน้ำมันของเราได้เอาเป้นว่าให้รับประทานให้น้อยๆเข้าไว้

โดยส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะรับประทาฯเกินกันอยู่แล้วส่วนชนิดของไขมันเราก็ต้องเลือกรับประทานไขมันชนิดที่มันไม่ค่อยอิ่มตัวก็จะได้แก่น้ำมันถั่วเหลืองน้ำมันถั่วลิสงน้ำมันรำข้าวน้ำมันทานตะวันแล้วก็น้ำมัมนข้าวโพดน้ำมันเหล่านี้จะเหมาะสำหรับในการทอดและการผัด

ดังนั้นหากท่านไหนที่ชื่นชอบที่รับประทานสลัดอาจจะต้องใช้น้ำมันมะกอกในการปรุงอาหารแทนเพราะว่าน้ำมันมะกอกเวลานำเอาไปทอดแล้วมันจะเหม็นหืนและที่สำคัญเลยอย่าลืมหลีกเลี่ยงอาหารที่มันมีไขมันอิ่มตัวแล้วก็ไขมันที่รับประทานในปริมาณมากไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหมูน้ำมันมะพร้าวน้ำมันปาล์มกะทิเนยเทียมครีมเทียม

สำหรับ คาร์โบไฮเดรต โดยคาร์โบไฮเดรตที่คนไทยนิยมกันก็คือข้าวและประเภทเส้นและเราก็อยากจะให้เพื่อนได้รู้จักคำว่า “ไกลซิมิคอินเด็กซ์” มันเป็นดัชนีน้ำตาลในอาหารโดยมันจะแสดงว่าเมื่อเราได้รับประทานอาหาร คาร์โบไฮเดรตเข้าไปแล้วน้ำตาลมันจะพุ่งสูงขึ้นมาขนาดไหน

เพราะฉะนั้นแล้วหาก “ไกลซิมิคอินเด็กซ์” ต่ำเท่าไหร่นั่นก็แปลว่าอาหารที่เรากินอยู่ประเภทนั้นมันยิ่งดีต่อสุขภาพของเราเท่านั้นและอาหารที่มี“ไกลซิมิคอินเด็กซ์”ต่ำก็จะมีพวก ข้าวที่ไม่ได้มีการขัดสีเช่น ข้าวกล้อง ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ แล้วก็ ขนมปังโฮลวีท ที่ไม่ใช่ขนมปังขาวหรือว่าข้าวขาวนั่นเอง

ซึ่งการที่เราขัดสีข้าวหรือว่าขัดสีของขนมปังไปเช่นข้าวขาวหรือว่าขนมปังสีขาวมันจะทำให้พวกวิตามินแล้วก็ไฟเบอร์กากใยอะไรหลายๆอย่างได้หลุดออกไปจากอาหารทำให้มันมี“ไกลซิมิคอินเด็กซ์”ที่มันสูงมากขึ้น

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

สุขภาพ

การดื่มนมมากเกินไปจะส่งผลอย่างไรต่อร่างกายของเรา

ในการดื่มนมนั้นเราได้มีการทำการมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กทารกเลย ซึ่งเป็นสารอาหารที่เป็นโปรตีนชนิดแรกที่เรานั้นได้มีการรับ ซึ่งในการที่เรานั้นได้มีการทำการกินอยู่อีกด้วยในปัจจุบัน และในการที่เรานั้นจะมีการทำการดื่มในปัจจุบันนั้น จะเป็นการที่เรานั้นสามารถที่จะมีการทำการเลือกดื่มนมได้อย่างหลากหลายอย่างมากในปัจจุบันนั้น ได้มีนมที่เป็นนมที่ได้มีการทำการเพิ่มประโยชน์ต่างๆเข้าไป ในรูปแบบที่หลากหลาย

และในการที่เรานั้นได้มีการทำการดื่มนมเข้าไปนั้น จะมีการที่ส่งผลต่อร่างกายของเราต่างๆอีกด้วย ซึ่งสามารถที่จะทำการเกิดขึ้นได้ทั้งผลดีและผลเสีย ซึ่งในการที่เรานั้นได้มีการดูโฆษาต่างๆนั้นจะมีการที่มีการชวนให้เรานั้นได้มีการทำการดื่มนมทุกวัน

ซึ่งในการที่เรานั้นได้มีการกินนมนั้น ก็เป็นสิ่งที่ได้มีประโยชน์ มากกว่าการที่เรานั้นได้รับโทษ ซึ่งในการที่เด็กนั้น ได้มีการดื่มนมเข้าไปนั้น เด็กนั้นได้มีอาการต่างๆ เช่น ทำให้เด็กนั้นได้มีอาการ ปวดท้อง หูอักเสบ โรคภูมิแพ้ โรคเบาหวาน และสามารถที่ทำให้เด็กนั้นได้มีการเลือดกำเดาไหลบ่อยๆได้อีกด้วย ซึ่งในบางประเทศนั้น ก็ได้มีการทำการรณรงค์ ให้มีการเลิกดื่มนมกันอีกด้วย ซึ่งในโทษที่เรานั้นได้มีการดื่มนมมากไปนั้นก็คือ

  1. การที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้

ซึ่งในการที่เรานั้นได้มีการทำการดื่มนมมากๆนั้น จะสามารถที่จะทำการพบความเสี่ยงในการที่เรานั้นเกิดโรคภูมิแพ้ในคนไทยนั้นมากๆ ซึ่งในการที่เรานั้นได้มีการดื่มนมมากๆนั้น จะทำให้เรานั้นเกิดอาการบวมของโพรงจมูกอีกด้วย

  1. การที่เรานั้นได้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง

ซึ่งในการที่เรานั้นได้มีการที่ดื่มนมมากๆ หรือมีการที่ได้รับโปรตีนเป็นจำนวนมากนั้นจะทำให้เรานั้นสามารถที่จะทำการเกิดโรคมะเร็งได้อีกด้วย

  1. การที่เรานั้นได้มีความเสี่ยงในการที่เกิดโรคหัวใจ

ซึ่งในการที่เรานั้นได้มีการทำการดื่มนมมากๆนั้น เราจะสามารถที่จะเกิดการที่เรานั้นไขมันอุดตันได้ ซึ่งในการที่เรานั้นได้มีการทำการดื่มนมที่มีไขมันมากนั้น ไขมันของนมจะมีการที่ไปเกาะตามเส้นเลือดของเรา และทำให้เส้นเลือดหัวใจตีบได้

 

สนับสนุนโดย    แทงหวยหุ้นดาวโจนส์

สุขภาพ

หาสูตรที่ทำให้ผมของเรายาวเร็วขึ้น

ใครที่กำลังมองหาวิธีการเร่งผมของเราให้ยาวขึ้นเนื่องจากการที่เราไปตัดผมมาแล้วช่างทำให้ผมของเราดูสั้นลงหรือว่าเส้นผมของเราที่พัดออกไปนั้นไม่เป็นอย่างที่เราต้องการ และเราต้องหาวิธีเกี่ยวกับการที่จะทำให้ผมของเรายาวเร็วขึ้นนั่นเอง

เนื่องจากการที่เราตัดผมแล้วเรารู้สึกว่าผมของเราไม่เป็นไปตามที่เราต้องการอีกทั้งยังทำให้เราไม่มั่นใจอีกด้วยในวันนี้เราเลยหาวิธีเกี่ยวกับการทำให้ผมของเราเร่งยาวขึ้นโดยที่เราไม่ต้องเสียเงินโดยการไปต่อผมนั่นเองเรามาดูวิธีการเร่งผมของเราให้ยาวขึ้นมีแบบไหนมั่ง

การหมักผมด้วยสูตรธรรมชาติ

การที่เราหาสูตรหมักผมโดยการที่เราเดินเข้าครัวไปแล้วน้ำมันมะกอกประมาณซัก 2 ช้อนโต๊ะในครัวพร้อมกับไข่ออกมา 2 ใบจากนั้นก็ทำการผสมกันเพื่อให้ทั้งน้ำมันมะกอกและไข่เป็นเนื้อเดียวกันจากนั้นเราก็ทำการหมักผมของเราด้วย น้ำมันมะกอกและไข่นั่นเองจากนั้นเราก็ชโลมให้ทั่วเส้นผมของเรา

หรือว่าเรากลัวว่าตัวเราจะเลอะหรือว่าเพื่อนจากการที่เรามักผมเราก็อาจแว๊บที่หออาหารมาทำการพันหัวของเราไว้นั่นเองหรือว่าไม่สะดวกเกี่ยวกับการแว๊บ เราก็อาจจะใช้ถุงพลาสติกใสมาทำการคลุมผมของเราไว้นั่นเอง

เพื่อที่ไม่ให้น้ำมันมะกอกหรือว่าไข่ที่เรามักอยู่ที่เส้นผมนั้นตามคอหรือว่าทำตัวของเรานั่นเองจากนั้นเราก็มาทิ้งไว้ให้ครบสัก 1 ชั่วโมงจากนั้นเราก็ค่อยๆสระผมตามปกติ รับรองว่าสูตรนี้ทำให้ผมของเราเร็วได้ยาวขึ้นและอีกทั้งยังทำให้เส้นผมของเรามีน้ำหนักและได้โปรตีนจากการบำรุงนั่นเอง

การที่เราบำรุงเซรั่ม

หลังจากการที่เราสระผมทุกครั้งก็จะช่วยทำให้ผมที่เราเจอเกี่ยวกับผมพันกันหรือว่าผมของเราขาดหลุดร่วงอย่างนี้เป็นต้น การที่เราใช้ครีมหรือว่าเซรั่มในการหมักผมก็เป็นเคล็ดลับในการที่จะทำให้เส้นผมของเรายาวขึ้นโดย หลังจากสระผมมาแล้วผมของเราอยู่ในช่วงของเปียกมันๆเราก็อาจจะใช้เซรั่มพวกนี้นวดหรือชโลมผมของเรา

โดยเป็นการขยำที่เส้นผมของเราจากนั้นเราก็ค่อยๆค่อยๆหวีและจัดส่ง และเราจะเห็นได้ว่าเส้นผมของเราจากที่เคยขาดอยู่ร่วงหรือว่าบางครั้งก็อาจจะทำให้ผมของเราแข็งแรงมากยิ่งขึ้นและทำให้เป็นวิธีการของการทำให้ผมของเรายาวเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย 

ใครไม่ชอบใช้ไดร์เป่าผมเพื่อทำให้ผมของเราแห้งได้เร็วยิ่งขึ้นนั้นโดยที่เป็นการเป่าผมแบบเร่งรีบมั่วๆเพื่อที่จะให้แห้งแค่นั้นฟังทางนี้ก่อน เพราะว่าการที่เราเป่าผมโดยแบบนี้อาจจะทำให้เส้นผมของเราปล่อยวางได้มากยิ่งขึ้น

ดังนั้นเราควรที่จะทำการก้มหัวของเราและเป่าจากคนไปที่เส้นปลายผมของเรานั้นจะทำให้ผมของเราเอาและยาวเร็วมากยิ่งขึ้นอันนี้ชัวร์  และถ้าใครยังเป่าผมแบบผิดวิธีเอาวิธีนี้ไปใช้ดูนะรับประกันได้เลยว่าผมของเรายาวเร็วและทำให้ผมของเราตรงและยาวเร็วด้วยนั่นเอง

การที่เรานวดผมในขณะที่ผมของเราแห้ง

ในเวลาที่เรานั่งดูหนังหรือตอน ที่กำลังพักเบรกอยู่เราก็อาจจะใช้วิธีการนวดผมของเรานั่นเองโดยเป็นการกระตุ้มหนังศีรษะของเราให้มีเลือดหมุนเวียนนะ วิธีนี้อาจจะทำให้เรามีผมที่ยาวขึ้นได้เร็ว

 

สนับสนุนโดย  เว็บหวยถอนไม่มีขั้นต่ำ

สุขภาพ

วิ่งยังไงให้เผาผลาญไขมันได้ดีมาก?

หนึ่งในทฤษฎีที่เราเคยได้ยินมาก็คือทฤษฎีที่บอกว่าถ้าเราออกกำลังกายไม่ถึง30นาทีร่างกายของเรามันจะไม่ดึงเอาไขมันออกมาใช้เลยเราจะต้องวิ่งให้เกิน30นาทีในนาทีที่31เป็นต้นไปร่างกายมันจึงจะนำเอาไขมันออกมาใช้แล้วเรากลับเชื่อด้วยมันทำให้เราตอนที่อ้วนๆอยู่อยากจะออกกำลลังกายแต่ก็รู้สึกท้อตั้งแต่ก่อนออกแล้ว

ซึ่งเรารู้สึกว่ามันนานมากครึ่งชั่วโมงสำหรับคนอ้วนให้ไปวิ่งขนาดนั้นเราไม่น่าจะวิ่งได้จนกระทั่งเราได้มีความรู้ได้เรียนมามากพอถึงเข้าใจว่าในทฤษฎีนี้แล้วจริงๆมันไม่ใช่เลยแท้ที่จริงแล้วร่างกายมนุษย์เราใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลักอยู่แล้วและก็มีการนำเอาไขมันออกมาใช้ตั้งแต่นาทีแรกที่ออกกำลังกายอยู่แล้ว

นอกจากนี้เราลองนึกภาพตามถ้ามีคนสองคนอยากจะลดน้ำหนักอีกคนหนึ่งคุมอาหารอย่างเดียวเลยอีกคนก็คุมอาหารเหมือนกันแลวออกกำลังกายด้วยวันละ30นาทีถามว่าผ่านไปสองเดือนคนที่คุมอาหารอย่างเดียวกับคนที่คุมอาหารแล้วออกกำลังกาย30นาทีใครน่าจะลดไขมันได้ดีกว่ากัน

ดังนั้นมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าจะต้องเป็นคนที่คุมอาหารและออกกำลังกาย30นาทีอยู่แล้วเพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่าออกกำลังกาย30นาทีร่างกายไม่เอาไขมันาใช้เลยไม่จริงอย่างแน่นอนยังไงออกกำลังกายมันดีกว่าไม่ออกกำลังกายอยู่แล้วและร่างกายเอามาใช้ตั้งแต่นาทีแรกด้วย

เนื่องจากนี้เราจะอธิบายอย่างนี้ว่าร่างกายของคนเราได้เก็บพลังงานเอาไว้อยู่สองส่วนหลักๆเอาแบบง่ายๆส่วนแรกคือ คาร์โบไฮเดรตร่างกายจะเก็บคาร์โบไฮเดรตเอาไว้ในกล้ามเนื้อส่วนที่สองก็คือ ไขมัน ร่างกายก็จะเก็บไขมันเอาไว้ในเซลล์ไขมัน

โดยธรรมชาติของร่างกายมนุษย์แล้วร่างกายเราจะพยายามที่จะใช้ไขมันเป็นหลักอยู่แล้วแต่ประเด็นก็คือไขมันได้เปลี่ยนมาเป็นพลังงานได้ช้าถ้าหากว่าเราใช้พลังงานไม่เยอะเขาเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงานได้ทันมันก็จะใช้ไขมันล้วนๆอยู่แล้วเช่นเรานั่งดูทีวีเรานั่งพิมพ์คอมใช้พลังงานไม่เยอะเลยใช้ไขมันเป็นหลักถ้าเกิดว่าเรามีการลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวๆหรือต้องใช้พลังงานมากขึ้นเขาจะเปลี่ยนไขมันมาใช้ไม่ทันเขาก็จะไปเอา คาร์โบไฮเดรต ในกล้ามเนื้อมาใช้แทน

ซึ่งตัวคาร์โบไฮเดรตเขาสามารถเปลี่ยนมาใช้เป็นพลังงานได้เร็วกว่ายกตัวอย่างเช่นถ้าเราไปเดินใช้พลังงานไม่มากร่างกายก็จะตึงจากไขมันมาเยอะใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตแค่เล็กน้อยแต่เมื่อเราเริ่มมีการวิ่งไวขึ้นมันก็จะต้องใช้พลังงานเยอะขึ้นเขาก็จะใช้สัดส่วนพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตในกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นใช้พลังงานจากไขมันลดลงเพราะว่ามันเปลี่ยนไม่ทัน

 

สนับสนุนโดย  เว็บหวยออนไลน์อันดับ1

สุขภาพ

ไวรัส rsv

      เชื้อไวรัสที่ส่งผลกระทบเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและมักเกิดขึ้นกับเด็กมากที่สุดนั่นก็คือเชื้อไวรัส rsv      ซึ่งในแต่ละปีนั้นเรามักจะพบปัญหาเด็กแรกเกิดจนถึง 5 ขวบติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีกันเป็นอย่างมากเพราะเชื้อไวรัสนี้แค่กระจายได้ง่ายเพียงแค่สัมผัสผู้ที่ป่วยด้วยการติดเชื้อไวรัส rsv ก็สามารถติดเชื้อไวรัสนี้ได้แล้วและยังสามารถแพร่กระจายเข้าไปในร่างกายได้ง่ายอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นการแพร่กระจายเข้าผ่านทางปากจมูกหรือแม้แต่เยื่อบุตาก็ตาม

          ส่วนวิธีการรักษาเชื้อไวรัส rsv นั้นยังไม่มีตัวยาที่สามารถรักษาโรคชนิดนี้ได้โดยเฉพาะทำได้เพียงแค่รักษาตามอาการที่เกิดขึ้นในแต่ละคนเท่านั้นโดยเชื้อไวรัสชนิดนี้มีลักษณะเหมือนเป็นโรคไข้หวัดใหญ่นั่นก็คือจะมีอาการเป็นไข้ขึ้นสูงมีน้ำมูกและจามรวมถึงมีอาการไอที่สำคัญยังมีเสมหะเยอะอีกด้วย  สำหรับเชื้อไวรัส rsv นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เพียงแต่ว่าถ้าหากเด็กอายุน้อยๆจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเด็กมากที่สุดและถ้าหากเด็กคนดังกล่าวนั้นมีโรคประจำตัวไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือบางคนเป็นโรคภูมิแพ้โรคหอบหืดรวมถึงโรคหัวใจและถ้าหากเด็กคนไหนเป็นทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะยิ่งทำให้อาการรุนแรงหนักขึ้นเข้าไปอีก .

     สำหรับลักษณะอาการรุนแรงของโรค  จะมีอาการรุนแรงอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์โดยจะมีอาการเป็นไข้เล็กน้อยก่อนรวมถึงมีน้ำมูกและจามหลังจากนั้นพอวันที่ 4 ขึ้นไปจะเริ่มมีอาการหายใจลำบากและหายใจเร็วขึ้นมีภาวะเกี่ยวกับเรื่องของการไอและมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของหลอดลมอักเสบรวมถึงอาจจะมีการติดเชื้อตรงบริเวณปอดทำให้เกิดอาการปอดอักเสบได้

         สำหรับการรักษาอาการติดเชื้อไวรัส rsv เบื้องต้น   หากมีไข้ก็ควรกินยาลดไข้และยาลดเสมหะลดอาการไอและถ้าหากมีน้ำมูกก็ต้องทานยาลดน้ำมูกและควรจะต้องดูแลเรื่องของการหายใจเป็นสำคัญที่สำคัญควรจะต้องระมัดระวังไม่ให้ผู้ที่เป็นเชื้อไวรัสชนิดนี้อยู่ใกล้กับบุคคลอื่นเพื่อป้องกันการแพร่ไปยังบุคคลอื่นนั่นเองและควรจะพาไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลเพื่อให้คุณหมอดูแลอย่างใกล้ชิด

          อย่างไรก็ตามวิธีการดูแลร่างกายให้ดีที่สุดที่จะทำให้ไม่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ก็คือควรจะต้องมีการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและที่สำคัญพักผ่อนให้เพียงพอใส่หน้ากากอนามัยและไม่ควรไปจับต้องร่างกายหรือหอมแก้มเด็กหรือสัมผัสคนที่มีอาการไข้  และถ้าหากว่าพบว่าบุคคลอื่นมีอาการติดเชื้อไวรัส rsv อยู่ก็ไม่ควรเข้าใกล้จะเป็นการลดความเสี่ยงได้ดีที่สุด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ถ่ายทอดสดหวยฮานอยวันนี้