สุขภาพเกี่ยวกับหู

อาการหูตึง

เราเคยได้ยินคำว่าหูตึงกันมาบ้างแล้วในชีวิต แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าระดับไหนถึงเรียกว่าหูตึง เพราะในทางการแพทย์จะต้องมีการวัดระดับที่มีค่ามาตรฐานเป็นที่ตั้ง เพื่อให้สะดวกต่อการรักษา และในปัจจุบันเทคโนโลยีก็พัฒนาไปได้ไกลมาก ทำให้การตรวจรักษาเป็นได้อย่างง่ายมากขึ้น 

สำหรับระดับการได้ยินเพื่อทดสอบว่าคุณอยู่ในเกณฑ์ไหน ปกติ หรือว่าหูตึง และเมื่อเข้าข่ายว่าหูตึง คุณอยู่ในเลเวลที่เท่าไหร่ ??? มาเช็กกันค่ะ 

1.)ได้ยินเสียงพูดคุยในระดับ  0-25 เดซิเบล คือปกติ

2.)ไม่สามารถได้ยินเสียงกระซิบ  มีระดับการได้ยินที่ 26- 40 เดซิเบล คือหูตึงน้อย

3.)ไม่ได้ยินเสียงพูดในระดับปกติ  ระดับเสียงเพิ่มเป็น 41-55 เดซิเบล คือหูตึงปานกลาง

4.)ไม่ได้ยินแม้คนที่พยายามพูดเสียงดัง ต้องใช้เสียงดังระดับ 56-70 เดซิเบล คือหูตึงมาก

5.)เมื่อตะโกนก็ยังไม่ได้ยิน   ด้วยระดับเสียง 71-90 เดซิเบล คือหูตึงขั้นรุนแรง

6.)หากต้องใช้เสียงดังมากกว่า 91 เดซิเบลขึ้นไป คือหูหนวก

เมื่อตรวจสอบแล้วว่าอาการหูตึงอยู่ในระดับไหน การรักษาจะเริ่มขึ้นในทันที บางรายอาจแค่ใช้เครื่องช่วยฟัง แต่บางรายอาจต้องทำการผ่าตัด ซึ่งต้องแล้วแต่ดุลพินิจของแพทย์เฉพาะทาง และจำเป็นอย่างมากที่คนมีอาการหูตึงจะต้องได้รับการรักษา เพื่อป้องกันโรคอื่นที่อาจตามมาได้ เช่น โรคซึมเศร้า โรคเครียด เป็นต้น 

ในปกติแล้วที่พบบ่อยจะเป็นผู้สูงอายุ ที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ไม่ค่อยพบในวัยเด็กหรือวัยรุ่น เว้นแต่ว่าคุณจะอาศัยหรือมีไลฟ์สไตล์ที่อยู่ในความเสี่ยง เช่น บ้านใกล้โรงงานที่มีเสียงดัง ทำงานในสถานที่เสียงดังเกินกำหนด โดยปราศจากเครื่องมือป้องกัน ทั้งหมดนี้ทำให้คนที่อายุน้อยบางคนมีอาการหูตึงได้

สำหรับผู้สูงอายุที่มีอาการหูตึง ส่วนใหญ่จะเป็นไปตามวัย มีระดับการได้ยินที่ไม่รุนแรงมาก จะเน้นที่การซื้อเครื่องช่วยฟัง เพื่อให้ง่ายต่อการใช้ชีวิต แต่สำหรับคนที่อยู่ในภาวะรุนแรงจะต้องให้แพทย์ทำการประเมินและรักษาอย่างทันท่วงที และถ้าหากว่าไม่มีทางรักษาในเรื่องร่างกายแล้ว การรักษาสภาพจิตใจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ 

หากผู้สูงอายุได้รับการดูแลเอาใจใส่จากลูกหลานอย่างใกล้ชิด ก็จะช่วยลดภาวะความเครียดได้เป็นอย่างดี และจะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่า ไม่เป็นภาระลูกหลาน และใช้ชีวิตได้โดยไม่เครียดจนเกินไป ส่วนการดูหนังดูละคร อาจะต้องหาเรื่องที่มีซับภาษาไทยมาให้ดูไปก่อน เพื่อให้ชีวิตยังคงไม่ขาดสิ่งบันเทิง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เครื่องช่วยฟัง

สุขภาพทั่วไป

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ

ถ้าหากให้เอ่ยถึงเรื่องเกี่ยวข้องกับตับทุกคนย่อมทราบกันอยู่แล้วว่าตับเป็นอวัยวะที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งอย่างหนึ่ง ซึ่งตับจะมีแบบนุ่ม และก็จะมีลักษณะที่มีสีออกเป็นสีแดง สำหรับตับโดยมากพวกเราคาดว่าน่าจะมีน้ำหนักราว 1.3 – 3 กิโล

โดยทั่วไปแล้วพวกเรานั้นไม่เคยรู้ว่าตับอยู่ส่วนไหนของร่างกายอย่างแน่ชัดกันแน่ ด้วยเหตุว่าพวกเราไม่อาจจะลูบคลำได้ แม้กระนั้นที่จริงในทางการแพทย์ก็ได้แจ้งไว้ว่าตับของมนุษย์อยู่ตรงรอบๆ ชายโครงขวาใต้ซี่โครง ถ้าว่าตับมีการโตขึ้นจะสามารถขยายออกได้อีกทั้งข้างๆ ลงด้านล่างหรือสามารถขึ้นบนก็ได้ ซึ่งบางทีก็อาจจะพิจารณาได้จากผู้ที่เป็นโรคตับจะมีลักษณะอาการจุกแบบทื่อๆเนื่องจากว่าตับของพวกเรามีเส้นโลหิตที่สำคัญเนื่องจากว่าปฏิบัติหน้าที่ผ่าน เข้า-ออก ทั้งหมดทั้งปวง 3 ทาง ซึ่งก็คือ

Hepatic Portal Vein (หลอดเลือดดำพอร์ทัลตับ) นั้นก็คือ

เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในระบบการไหลเวียนพอเพียงร์ทัลตับและก็เป็นระบบหลอดโลหิตดำพอเพียงร์ทัลตับหนึ่งในสองของระบบภายในร่างกาย ส่วนอีกระบบนึงอยู่ที่ระบบไหลเวียนพอเพียงร์ทัลไฮโปไฟเซียลที่ต่อมใต้สมอง เนื่องด้วยเส้นเลือดดำ จากไส้ เล็ก,ใหญ่ ได้นำสารอาหาร เดกซ์โทรส ที่พึงจะผ่านกรรมวิธีการย่อยหรือการดูดซึม ส่งมายังตับของพวกเราเพื่อวิธีการถัดไปสำหรับเพื่อการปฏิบัติงานของตับเพื่อคัดตามกรรมวิธีการต่างๆ

Hepatic Artery มีดังนี้

ซึ่งเส้นเลือดแดงจากหัวใจ จำเป็นที่จะต้องนำพาเลือดแดงที่เต็มไปมากอีกด้วยออกสิเจนที่มีปริมาณค่อนข้างจะมากมาย ส่งมาไว้ที่ตับเพื่อเลี้ยงเซลล์ตับเพื่อทำงานต่อระบบถัดไป ทว่าในเวลาเดียวกันนั้นเส้นโลหิตแดงก็นำเอา คาร์บอลไดออกไซด์ ซึ่งเป็นข้าวของที่ไม่เป็นประโยชน์เป็นของไม่ดีจากตับ เพื่อนำไปส่งยังหลอดโลหิตดำ กลับนำเข้าสู้หัวใจและก็ปอดอีกด้วย

Hepatic Vein มีดังต่อไปนี้

เพราะเส้นเลือดดำจากตับ จำเป็นจะต้องนำเข้าสู่เส้นเลือดดำของหัวใจ เพื่ออยากได้ให้ตับได้นำตาร์บอนไดออกไซด์น้ำตาลเดกซ์โทรส และก็สารอาหารต่างๆที่ร่างกายอยากได้ แล้วก็ตับอ่อนเองก็ยังได้ช่วยส่ง อิซูลิน ส่งไปกระทั่งถึงหัวใจ เพื่อให้หัวใจไปรับออกสิเจนก่อน ต่อจากนั้นหัวใจก็ก็เลยจะแจกออกสิเจนไปทั้วทุกเซลล์ให้กับระบบทุกระบบในร่างกายของพวกเรา เป็นที่เอามาสู่ระบบระบบของการใช้ต่างๆของร่างกายในขั้นตอนอื่นๆ 

สำหรับตับจำนวนมากพวกเราคาดว่าน่าจะ อยู่ส่วนไหนของร่างกายอย่างแน่ชัด ทว่าตับมีการโตขึ้นจะสามารถขยายออกได้ทั้งยังข้างๆ องค์ประกอบที่สำคัญในระบบการไหลเวียนเป็นต้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

เครื่องช่วยฟัง

อาการของคนที่ต้องใส่เครื่องช่วยฟัง

สำหรับคนที่ต้องใส่เครื่องช่วยฟังนั้นพวกเขามีอาการเบื้องต้นอย่างไรบ้าง

เนื่องจากบุคคลที่ต้องพึ่ง เครื่องช่วยฟัง หรืออุปกรณ์เสริมเพื่อเป็นการช่วยให้ได้ยินที่ชัดเจนขึ้นนั้นพวกเขามักมีอาการที่ทำให้หูของพวกเขานั้นเกิดการอักเสบในด้านต่างๆจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจมีดังนี้

โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

เป็นโรคที่เกิดการผิดปกติอยู่ภายในระบบของหูซึ่งอาจจะเป็นหูชั้นกลางหรืออาจจะเป็นหูชั้นในก็เป็นได้ ซึ่งอาการเหล่านี้เราจะพบกับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยที่เป็นวัยรุ่นไปจนถึงวัยกลางคนนั่นเอง เนื่องจากสาเหตุที่เกิดขึ้นเหล่านี้เราจึงจำเป็นต้องแก้ไขพฤติกรรมบางอย่างในการใช้ชีวิตประจำวันให้มากกว่าเดิม ซึ่งรควรหลีกเลี่ยงการเครียด ไม่ทำให้ตนเองเครียดตลอดเวลาหรือทำให้เครียดน้อนลง นอกจากการเครียดแล้วนั้นยังมีการลดการทานอาหารที่มีรสเค็มอีกด้วย เนื่องจากอาหารที่มีรสเค็มจัดและการเครียดเป็นการกระตุ้นเรื่องราวให้เกิดเหตุการณ์ที่เป็นปัจจัยเหล่านี้เป็นต้น

เราควรเลือกทานอาหารที่มีแต่ประโยชน์ งดอาหารที่มีความเค็มหรือหวานจัด ไม่ควรดื่มกาแฟ หรือช็อกโกแลต และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนใดๆทั้งสิ้น นอกจากนั้นควรงดหรือลดจำนวนในการสูบบุหรี่ให้น้อยลง และที่สำคัญควรไม่ดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์มากนัก

การเกิดสภาวะหินปูนในหูหลุด

สำหรับอาการที่เกี่ยวข้องนั้นเป็นการผลึกแคลเซียมที่มีอยู่ชั้นในของหู อาการเหล่านี้จะช่วยในการทรงตัวหากมีการเคลื่อนตัวหรือมีการผิดปกติก็จะทำให้เกิดอาการแปลกๆในการทรงตัวของเราหรือเกิดบ้านหมุนได้นั่นเอง

หากมีการไม่ทำการรักษาแต่มันก็จะละลายหายไปเองได้เช่นกัน เนื่องจากมันไม่ได้ร้ายแรงมาก แต่หากมีอาการที่ร้ายแรงขึ้นกว่าเดิมควรปพบแพทย์ในทันที

อาการที่เกิดการหูดับ

อาการหูดับนั้นส่วนมากจะพบกันบุคคลที่ชอบทานอาหารที่ไม่สุกทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทไหนก็ตามหากทานที่ไม่สุกแล้วล้วนก่อให้เกิดอาการเหล่านี้ได้เช่นกัน ซึ่งไม่แปลกที่บุคคลเหล่านั้นเวลามีอาหารหุดับมักจะไม่ทราบที่มาเพราะพวกเขาไม่ค่อยรู้วิธีการทานอาหารอย่างถูกต้องนั่นเอง 

อาการที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการหูดับนี้จะเป็นการติดเชื้อโดยจะมีการติดเชื้อลามไปยังกระแสเลือดหรืออาจเกิดจากการเป็นหูน้ำหนวกแล้วลามไปติดเชื้อที่หูส่วนอื่นๆก็เป็นได้ หากเป็นขั้นรุนแรงควรไปทำการรักษาให้ถูกวิธีเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ลามไปเป็นมากกว่าเดิมและอาจจะก่อให้เกิดอาการที่รุนแรงโดยการเป็นคนหูหนวก หากหูหนวกแล้วเราไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลยนะ 

ความรู้เกี่ยวกับรถ

รีวิว Yamaha R6 ทำไมถึงแพงที่สุดในคลาส 600cc part 2

ทำให้เมืองไทยอาจจะไปเทียบ บางคนก็ไปเทียบ CBR650F นะครับ บางคนก็ไปเทียบกับตัว 1000 เลย ซึ่งต้องบอกว่ามันเทียบกันไม่ได้จริงๆมันเทียบกันไม่ได้จริงนะครับ เดี๋ยวไว้ผมอาจจะทำคลิปแทรกๆมาให้ดูถ้าเกิดอยากดูก่อนนะครับ เอามาเทียบกันเลยดีกว่าตัวนี้กับ R1 ตัว 1000 มันต่างกันยังไง ตัวนี้กับ CBR650F มันต่างกันยังไงเดี๋ยวไว้ทำคลิปให้ดูอีกทีนึงฝากติดตามหรือว่ากด Subscribe รอใต้ปุ่มข้างล่างนี้ได้เลยนะครับถ้าอยากไม่อยากพลาดคลิปใหม่ ตอนนี้มาดูข้อมูลเทคนิคแค่นี้ก่อนละกัน Yamaha YZF R6 หลายคนคงได้ยินตั้งแต่สมัย R1 แล้วล่ะครับ

ตัวนี้คือตัว 1000 cc หรือว่าเรือธง หรือตัวใหญ่ที่สุดเลยว่าแพงที่สุดนะครับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของ Yamaha แต่มันก็มีตัวเล็กที่ทำลงมาเมืองไทยอาจจะไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเท่าไหร่คือ Yamaha YZF R6 นะครับแต่จริงๆตั้งแต่สมัยรถนำเข้าที่บางคนต้องใช้คำว่าเป็นรถอินวอยเนี่ยเห็นอยู่เยอะมาก เห็นเยอะกว่า CBR600RR อีกมันก็อารมณ์เดียวกันนะครับมันก็คือเทคโนโลยีสนามซึ่งนะตัว R6 กับ R1 มันต่างกันอยู่ละราคาป้ายแดงก็ต่างกันชัดเจนนะครับตอนนี้ป้ายแดง 550000 ส่วนอันนี้เป็นมือสองละ 3000กว่าโล รถ 5 เดือนนะครับ ก็ประหยัดกว่าออกใหม่เป็นหลักแสนนะครับ

อยากรู้ราคาตารางผ่อนเท่าไหร่ไปดูที่หน้าเว็บไซต์นะครับ www.dbigbike.com โอเคเรามาดูกันต่อซึ่งต้องใช้คำว่าโมเดลตัวนี้เป็นโมเดลโฉมปัจจุบันเลยโฉมปัจจุบันที่มีขายหน้าโชว์รูมแล้วนะครับคันนี้ออกมาแค่ 5 เดือนไม่มีใหม่ไปกว่านี้ละ ใหม่กว่านี้ก็ป้ายแดงละมาดูกันที่สเป็คนะครับ เครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 599 ซีซีหรือปัดเป็น 600 ซีซีแล้วกัน แต่ต้องใช้คำว่ามันเป็น 600CC สี่สูบเรียงที่แรงม้าเยอะที่สุดในตลาด ณ ตอนนี้เลยก็ว่าได้นะครับจะมีตัว cbr 650F เอยที่คนชอบเอามาเทียบแรงม้าอยู่ประมาณ 80 กว่าตัวแต่ในตัวนี้ถ้าเกิดบางคนเป็นค้นหาตัวเลขที่มันเป๊ะๆนะครับ

อาจจะงงหน่อยในเว็บเมืองไทยกัลเว็บเมืองนอกนะครับเพราะว่าแต่ละเว็บแต่ละแหล่งข้อมูลบางทีใช้หน่วยหน่วยหลังไม่เหมือนกัน บางคนครับพิมพ์เป็น HP บางคนก็พิมพ์เป็น bhp ซึ่งแรงม้าตัวนี้อยู่ประมาณ 120 กว่าตัวนะครับบางคนก็ปัดเป็ย 130 แต่ถ้าจะเป็น BHP รู้สึกว่าจะอยู่ประมาณ 110 กว่าซึ่งแรงม้าตัวนี้นะครับต้องบอกว่าอยู่ประมาณร้อยกว่าตัว 120 กว่าตัวนะครับต้องใช้คำว่ามันเยอะจริงๆอย่าไปสับสนกับคำว่า BHP กับ HPตัวเลขมันจะแกว่งๆอยู่ประมาณนี้แหละก่อนคร่าวๆแล้วกันว่าต้องใช้คำว่ามันเยอะที่สุดในบรรดา 600CC แล้วล่ะ พูดไม่ได้บางคนดูบิ๊กไบค์อย่าวัดกันที่ CC ครับบางคันตัว 1000 แรงมาไม่ถึง 100 ตัว

ก็มีแต่ระบบสายแต่ถ้าเกิดคุยกันว่ารถแรงหรือว่าสาย RR หรือว่าสไตล์รถสปอร์ตเรามีค่านะครับหรือรถสปอร์ตสไตล์เซอร์กิตแล้วกันเจอกันง่ายๆนะครับไม่ว่าจะเป็น Yamaha YZF R1, R6 แรงม้ามันเยอะอยู่ละถ้าเป็น R1 นี่ทะลุ 200 เรียบร้อยนะครับตระกูลพวก S1 RR หรือว่า ZX 10R ก็อยู่ประมาณ 100 ปลายๆนะครับพานิกาเร่บีโฟก็ล่อไป 200 กว่าซึ่งอันนั้นมันเป็นเรื่องตัว 1000 นะครับ

 

สนับสนุนโดย  บิ๊กไบค์มือสอง

สุขภาพทั่วไป

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์

โรคเอดส์เป็นโรคที่ยังไม่มียาตัวไหนที่จะทำการรักษาให้หายขาดได้ โดยเรานั้นควรที่จะทำการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อจากโรคเอดส์เหล่านี้เอาเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่าในกลุ่มที่เป็นการเสี่ยงส่วนใหญ่นั้นมักจะเป็นในกลุ่มของวัยรุ่นสะส่วนใหญ่ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสี่ยงประเภทไหนหรือใครก็ตามควรที่จะศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวกับการเสี่ยงและควรที่จะทำการป้องกันอย่างถูกวิธี

มีการรายงานมาจากกระทรวงสาธารณสุขโดยการมีผู้ที่ติดเชื้อเหล่านี้เป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยส่วนมากจะเป็นกลุ่มคนทีเป็นวัยรุ่นจนถึงวัยทำงานแต่ก็ยังไม่สามารถระบุตัวเลขได้อย่างแน่นอนเพราะมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆตลอดจนทุกวันนี้แต่ตัวเลขประมาณการทั้งหมดที่ยังมีชีวิตอยู่สำหรับผู้ที่ติดเชื้อ HIV 570,000 ราย โดยผู้ติดเชื้อเหล่านี้มักจะมีอายุกันตั้งแต่ 15-50ปีนั่นเอง

จะเห็นว่าอาการติดเหล่านี้ก็ยังไม่แสดงอาการต่างๆขึ้นาเท่าไหร่นักในบางคนก้ยังไม่ทราบเลยด้วยว่าพวกเขานั้นติดจนกระทั่งเริ่มรุนแรงถึงได้รู้ว่าติดเชื้อนั่นเอง ข้อมูลจากหนังสือ  และจากการพูดคุยระหว่างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลผู้ติดเชื้อ HIV โดยส่วนใหญ่ที่มักเกิดจากวัยรุ่นนั้นเพราะส่วนใหญ่แล้ววัยรุ่นมักจะมีความต้องการทางเพศสัมพันธ์ค่อนข้างมาก แก็ยังไม่รู้จักวิธีป้องกันมากเท่าไหร่จึงทำให้เกิดการระบาดของเชื้อเอดส์เหล่านี้ในกลุ่มที่เป็นวัยรุ่นนั่นเอง

นอกจากกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้จะติดเชื้อ HIV แล้ว ยังเป็นการติดเชื้ออื่นๆได้อีกด้วย อาทิเช่น ไม่ว่าจะเป็นหนองใน  ซิฟิลิส  กามโรคอื่นๆก็ตามทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์ด้วยกันทั้งสิ้นอาการเหล่านี้จะเป็นการที่เกิดจากการร่วมเพศแบบไม่ป้องกันหรือเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยๆ  แล้วมักไม่ใช้ถุงยางเวลามีเพศสัมพันธ์หรืออาจจะเป้นการไปซื้อขายบริการโดยกลุ่มคนเหล่านี้ก็ไม่ได้ใส่ถุงยางอีกเช่นกัน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้กลุ่มของวัยรุ่นเหล่านี้ติดเชื้อเอดสมากกว่าวัยอื่นๆนั่นเอง

วการป้องกันก็ไม่ยากเท่าไหร่หากคุณนั้นมีความคิดที่จะป้องกัน แต่อันที่จริงแล้วถ้ารู้จักรักสนุกก็ควรที่จะป้องกันให้มากขึ้นและป้องกันอย่างละเอียดจะได้ไม่เป็นกลุ่มเสี่ยงให้ติดเชื้อโรคต่างๆที่ก่อให้เกิดการเสียชีวิตตามมา นอกจากนั้นเชื้อเหล่านี้ก็ยังแพร่กระจายไปโดยเร็วอีกด้วย โดยบางคนนั้นถึงแม้ว่าไม่ได้ที่จะมีเพศสัมพันธ์แต่ก็สามารถติดต่อได้หากมีบาดแผลหรือการดื่มน้ำต่อกันที่เป็นแก้วเดียวกันหรือทางน้ำลายนั่นเอง หากคุณไม่อยากเป็นเอดส์หรือเป็นตัวแพร่กระจายเชื้อโรคเหล่านี้คุณควรที่จะรักษาตนเองและป้องกันทุกครั้งระหว่างการมีเพศสัมพันธ์

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจเอดส์ ซื้อที่ไหน

สุขภาพ

ฝุ่น PM2.5 คืออะไร

อธิบายถึง ฝุ่น PM2.5 มีดังนี้

อากาศ คือก๊าซที่มนุษย์เราใช้หายใจเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด ปัจจุบันนี้อากาศที่เราใช้หายใจมันไม่ใช่อากาศที่บริสุทธิ์อีกต่อไปแล้ว มันถูกปนเปื้อนไปด้วยมลพิษ เชื้อโรค และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5  ซึ่งปกติแล้วขนจมูกที่อยู่ในจมูกของมนุษย์เราสามารถที่จะช่วยกรองฝุ่นละอองไม่ให้เดินทางมาในระบบทางเดินหายใจของเราได้ แต่ทุกวันนี้มลพิษทางอากาศในประเทศไทยของเรามีเยอะขึ้น

โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่ขนาดเล็กมากจนขนจมูกไม่สามารถกรองดักไว้ได้ เมื่อเราหายใจเอาเข้าไปในร่างกายจึงทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

 

ฝุ่น PM2.5 คือ ฝุ่นละอองที่ปะปนอยู่ในอากาศ

ที่เราใช้หายใจมีขนาดเล็กมาก นักวิจัยบอกว่ามันมีขนาดไม่เกิน 2.5ไมครอน ถ้านึกไม่ออกว่ามันเล็กขนาดไหน ให้ลองนึกภาพเส้นผมของมนุษย์เราหนึ่งเส้น ฝุ่น PM2.5 มีขนาดแค่ 1 ใน 25 ส่วนตามยาวของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมเราเท่านั้น จะเห็นว่าขนาดของมันเล็กมาก เล็กจนขนจมูกเราไม่สามารถดักกรองไม่ให้พวกมันเดินทางเข้าสู่ร่างกายของเราได้  เมื่อฝุ่น PM2.5 ตัวนี้เข้าสู่ร่างกายของมนุษย์เรา มันจะแพร่กระจายอย่างรวดไปตามกระแสเลือดและอวัยวะภายในต่างๆ เมื่อสะสมไว้ในร่างกายเป็นจำนวนมาก ก็จะพัฒนาก่อตัวมาทำลายระบบภายในทำให้ร่างกายอ่อนแอและเกิดโรคขึ้นได้

หลายคนสงสัยว่า ฝุ่น PM2.5 เกิดขึ้นได้อย่างไรมีแหล่งกำเนิดมาจากไหน และที่สำคัญมีผลกระทบต่อสุขภาพของเราร้ายแรงยังไง วันนี้เรามาตอบข้อสงสัยตรงนี้กันคะ

 

ฝุ่น PM2.5 มีแหล่งกำเนิดส่วนใหญ่มาจากมลพิษที่มนุษย์

เราเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาเองและการรวมตัวของก๊าซพิษที่เกิดเองตามธรรมชาติในชั้นบรรยากาศ ซึ่งปัญหาที่ตรวจพบแท้จริงมีสาเหตุมาจากมนุษย์ เช่น การเผาขยะ , เผาหญ้าเผาป่าเพื่อเตรียมการเพาะปลูก , ควันจากท่อไอเสียรถยนต์  และ ฝุ่นที่มาจากการก่อสร้าง เป็นต้น กรณีที่เราหายใจเอาฝุ่นพวกนี้เข้าไปเก็บสะสมไว้ในร่างกายของเราในปริมาณมาก จะส่งผลเสียต่อร่างกาย 1.ทางผิวหนังอาจเกิดผื่นคัน , ปวดแสบปวดร้อน , เป็นลมพิษ 2.ทางระบบหายใจ อาจเกิดอาการไอ จาม ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ ,โรคหอบหืด ,โรคถุงลมโปร่งพอง ,โรคปอดเรื้อรัง , โรคหัวใจและหลอดเลือดอักเสบ หรือสุดท้ายพัฒนาจนกลายเป็นมะเร็งปอด ทางที่ดีเพื่อความปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 เบื้องต้นเราควรซื้อหน้ากากป้องกันฝุ่น ที่เรียกว่า หน้ากาก N95 มาใช้

ถ้าช่วงนี้คุณตื่นเช้าขึ้นมาแล้วมองที่ไปหน้าต่างเห็นหมอกปกคลุม อย่าเพิ่งหลงดีใจไปนะคะเพราะสิ่งที่คุณเห็นแท้จริงแล้วมันคือกลุ่มฝุ่นละออง PM2.5 ที่จับตัวกันจนเป็นก้อนมหึมาต่างหากล่ะ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย ชุดตรวจ hiv

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

ประโยชน์ของการล้างจมูก

ประโยชน์ของการล้างจมูก
การ “ล้างจมูก” ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยฟังแล้วบางครั้งอาจจะยังไม่เคยได้ยิน และบางทีก็อาจจะรู้สึกกลัวเมื่อมองเห็นแนวทางการทำ แม้กระนั้นจริงๆ การล้างจมูกไม่ได้ทำยากและไม่น่าขนลุกเหมือนอย่างที่คิดจ้ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีปัญหาเป็นโรคภูมิแพ้ ไซนัส ไอเรื้อรัง ถ้าหากทำความสะอาดโดยการล้างจมูก บ่อยๆ จะช่วยลดการเสี่ยงการเกิดโรคไข้หวัดได้ ถ้าเกิดต้องการมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงขึ้น นอน หลับสนิท ตื่นมาแจ่มใสไม่เหนื่อย วันนี้เรานำกรรมวิธีล้างจมูกที่ถูกรวมทั้งดีต่อร่างกายมาฝากกันจ้ะ ลองนำไปปฏิบัติตามขั้นตอนกันดูนะคะ ยืนยันว่าร่างกายแข็งแรง ขึ้นไกลห่างโรคไข้หวัดแน่ๆ

การล้างจมูก เป็นยังไง ?
การล้างจมูก คือ วิธีการทำความสะอาดโพรงจมูกโดยการใส่หรือหยอดน้ำเข้าไปในจมูก การล้างจมูกจะช่วยชำระล้างมูก คราบเปื้อนมูก หรือหนองรอบๆโพรงจมูก หลังจากที่โพรงจมูกของเราถูกล้างแล้ว ทำให้โพรงจมูกสะอาด ควรที่จะใช้น้ำเกลือล้างจมูกที่ความเข้มข้น 0.9% (ความเข้มข้น 0.9% ช่วยลดความเหนียวของน้ำมูก และยังยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรค)

ประโยชน์จากการล้างจมูก มีอะไรบ้าง ?
– ทุเลาอาการระคาย

– ลดอาการคัดจมูก แน่นจมูก ช่วยทำให้จมูกเตียนโล่งขึ้น

– ปกป้องการเกิดโรคไข้หวัดต่างๆ โรคภูมิแพ้ แล้วกลายเป็นอาการไอเรื้อรัง

– ป้องกันการลุกลามเชื้อโรคจากจมูก รวมทั้งไซนัสไปสู่ปอด

– ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่เยื่อบุจมูก

– ช่วยลดน้ำมูกหรือหนองที่อุดอยู่รอบๆ รูเปิดของโพรงไซนัส

– ช่วยลดการอักเสบของไซนัส ลดจำนวนการใช้ยาสำหรับเพื่อการรักษาโรคภูมิแพ้ และโรคไซนัส

– ช่วยป้องกันการเกิดพังผืดที่อาจจะเป็นผลให้รูจมูกหรือไซนัสตีบแคบ

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

สดใสยามเช้า เพราะอาหารเช้าที่มีประโยชน์

ประโยชน์ของอาหารเช้า
อาหารเช้ามีประโยชน์มากกว่าความอิ่มท้อง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่งดอาหารเช้าหรือเร่งรีบไม่มีเวลาทานให้ลองอ่านบทความนี้ แล้วคุณอาจจะเปลี่ยนใจ และหันไปทานอาหารเช้าที่ไม่ได้ทานมาแสนนาน เราไปดูกันเลยดีกว่าว่า อาหารเช้านั้นมีประโยชน์และช่วยอะไรเราบ้าง

1. ช่วยให้ความจำดีขึ้น
ที่ผ่านมา มนุษย์ ต้องใช้ความคิดอยู่เสมอ ซึ่งหลายๆ คนนั้นมีความสามารถในการจำบางสิ่งบางอย่างไม่เท่ากัน ซึ่งการที่เราไม่ทานอาหารเช้าก็เป็นหนึ่งสาเหตุ มีการวิจัยพบว่า การรับประทานอาหารเช้ามีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การทำงาน ทำให้ระบบความจำ ทักษะการเรียนรู้ และอารมณ์ดีขึ้นด้วยค่ะ แต่หากใครไม่ทานอาหารเช้าจะมีสมาธิน้อยลงและสมองก็ทำงานได้ไม่เต็มที่

2. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้
มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญเพราะให้พลังงานและกระตุ้นระบบเผาผลาญให้เริ่มทำงานได้ อีกทั้งผู้ป่วยโรคเบาหวานหากรับประทานอาหารเช้าจะเป็นผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก เพราะจะช่วยลดภาวะผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน หรือที่เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลินซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานนั้นลดลงถึง 35-50% เลยทีเดียวค่ะ

3. ช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้
การรับประทานอาหารเช้าช่วยควบคุมน้ำหนัก เพราะจากมื้อดึกของเมื่อวานจนถึงเช้านี้เราต้องอดอาหารนานเกินไป หากเราไม่ทานอาหารเช้าอีกน้ำตาลในเลือดจะลดลงจนไปเพิ่มแนวโน้มการรับประทานอาหารที่มีพลังงานและไขมันสูงในมื้อเที่ยงมากขึ้นและนี่ก็เป็นสาเหตุให้มีน้ำหนักเกินและโรคอ้วนได้อย่างไม่รู้ตัวอีกด้วยค่ะ

4. ลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคหัวใจ
ผลการวิจัยจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจในอเมริกาเมื่อปี 2003 พบว่า การรับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมออาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดสมองและโรคหัวใจได้ด้วย เพราะเลือดของเราจะมีความเข้มข้นมากในตอนเช้า และหากส่งเลือดไปเลี้ยงสมองหรือหัวใจ จะทำให้เกิการอุดตัน แต่ถ้ารับประทานอาหารเช้าเข้าไปจะช่วยให้ระดับความเข้มข้นในเลือดเจือจางลงด้วยค่ะ

5. ช่วยลดโอกาสเกิดโรคนิ่ว
การไม่รับประทานอาหารนานกว่า 14 ชั่วโมงจะทำให้คอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีจับตัวกันนาน หากนาน ๆ ไปสิ่งที่จับตัวกันนั้นจะกลายเป็นก้อนนิ่ว แต่หากเราทานอาหารเช้าเข้าไปล่ะก็ มันจะไปกระตุ้นให้ตับปล่อยน้ำดีออกมาละลายคอเลสเตอรอลที่จับตัวกันอยู่ได้

6. ช่วยพัฒนาสมอง
การอดอาหารเช้าเป็นเวลานาน อาจทำให้เราได้รับสารอาหารไม่เพียงพอในแต่ละวัน โดยเฉพาะเด็กๆ ถ้าหากไม่ทานอาหารเช้า นอกจากขาดสารอาหารมาเลี้ยงสมองแล้ว ยังอาจทำให้ไม่แข็งแรง การเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ส่งผลทั้งระยะสั้นและไปถึงระยะยาว

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

นอนกัดฟันอย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ

โอ๊ย! ทำไมปวดหัวแล้วยังปวดฟันอีก อ๊ะๆ คุณกำลังนอนกัดฟันรึเปล่านะ การที่เรามีอาการ “นอนกัดฟัน” เป็นปัญหาที่มองข้ามไม่ได้ มันอาจดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นอาการที่พบได้บ่อยมากๆ ในทุกเพศทุกวัย และมันอาจส่งผลเสียที่ร้ายมากๆ ต่อคุณภาพชีวิตของคุณ ทำให้การนอนของคุณสะดุดติดขัดถึงแม้ว่าอาการนอนกัดฟันจะเกิดแบบไม่รู้ตัวก็ตาม ซึ่งนอกจากปัญหานี้จะส่งผลโดยตรงกับตัวคุณเองที่ต้องเสี่ยงต่อฟันสึกกร่อนแล้ว ยังส่งผลไปยังคนรอบข้างของคุณอีกด้วย

นอนกัดฟัน คืออะไร?
อาการนอนกัดฟันเกิดขึ้นจากอะไร การนอนกัดฟันเป็นลักษณะอาการของผู้ที่หลับไปแล้ว แต่จะมีเสียงออกมาคล้ายกับคนนอนกรน แต่เป็นเสียงเหมือนฟันขบกัดกัน สบกันแรงๆ ซึ่งระหว่างที่กำลังนอนหลับอยู่ จะมีเสียงเบาหรือดังก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน และส่วนใหญ่ผู้ที่มีอาการนอนกัดฟันมักที่จะไม่เคยรู้ตัวมาก่อน และไม่สามรถที่จะขัดขืนพฤติกรรมนี้หรือบังคับไม่ให้นอนกัดฟันไม่ได้

6 สาเหตุของอาการ นอนกัดฟัน
จริงๆ แล้ว สาเหตุของการนอนกัดฟัน เกิดจากการที่เราอาจจะกำลังป่วยเป็นโรคผิดปกติจากการนอนหลับ และยังอาจมาจากสาเหตุที่เกิดขึ้นได้ชั่วคราว เช่น

  1. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น
  2. ความเครียด
  3. การดื่มแอลกอฮอล์
  4. ใช้ที่อุดฟันที่สูงเกินฟันจริงมากเกินไป
  5. เป็นโรคปริทันต์อักเสบ หรือเหงือกอักเสบรุนแรง
  6. มีความผิดปกติของขากรรไกร เช่น ขากรรไกรค้างบ่อยๆ

6 สัญญาณอันตรายของอาการ “นอนกัดฟัน” ที่ต้องพบหมอด่วน

  • ตื่นเช้ามา รู้สึกปวดขากรรไกรบ่อยๆ
  • คนใกล้ตัวบอกว่า นอนกัดฟันบ่อยๆ
  • ปวดศีรษะ
  • นอนกัดฟันอย่างรุนแรง จนรู้สึกเหมือนปวดฟัน ฟันสึก ฟันโยก
  • มีแผลในปาก หรือกระพุ้งแก้ม โดยไม่ได้มาจากการเคี้ยวผิดจังหวะ หรือไม่ทราบสาเหตุ
  • เสียวฟัน

อันตรายจากการนอนกัดฟัน
อย่างไรก็ตามอันตรายจากการนอนกัดฟันที่นอกจากจะทำให้คนที่นอนอยู่ข้างๆ เกิดความรำคาญ และอาจนอนไม่หลับแล้ว การที่นอนกัดฟันบ่อยๆ จนอาจเกิดแทบทุกวัน ยังส่งผลให้มีความเสี่ยงที่จะลดประสิทธิภาพในการนอนหลับพักผ่อนลง และเสี่ยงให้เกิดปัญหาฟันสึกกร่อนมาก ถึงขนาดเข้าไปถึงชั้นเนื้อฟัน และส่วนใหญ่จะเกิดที่ฟันกราม อาจส่งผลให้มีปัญหาในการบดเคี้ยวอาหาร โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่เสี่ยงฟันสึกกร่อนแล้วยังส่งผลถึงปัญหาเรื่องฟันโยกได้มากกว่าวัยอื่นๆ

ดังนั้น หากสงสัยว่าตัวเองมีความผิดปกติขณะนอนหลับ อาจมีความเสี่ยงนอนกัดฟัน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านโรคความผิดปกติจากการหลับ เพื่อวินิจฉัยตรวจหาสาเหตุ และรับการรักษาอย่างเหมาะสม

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

เครื่องดื่มผสมน้ำตาล ก่อให้เกิดมะเร็งจริงหรือ?

นักวิจัยเผยคนที่ดื่มเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลปริมาณมากมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง โดยการศึกษาวิจัยครั้งใหญ่ในฝรั่งเศสชี้ให้เห็นว่า การจำกัดปริมาณเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล อาจช่วยลดจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งได้ด้วย

การดื่มเครื่องดื่มผสมน้ำตาลเป็นที่นิยมทั่วโลกในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมีความเชื่อมโยงกับการเป็นโรคอ้วน หรือภาวะที่มีน้ำหนักตัวเกินซึ่งทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง

นักวิจัยเก็บข้อมูลจากผู้ใหญ่ชาวฝรั่งเศสกว่า 100,000 คน เป็นเวลา 9 ปี คือจากปี พ.ศ. 2552 จนถึง พ.ศ. 2561 โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 21% และเป็นผู้หญิง 79% เพื่อดูว่าแต่ละคนดื่มเครื่องดื่มผสมน้ำตาลมากน้อยแค่ไหน จากนั้นนักวิจัยจะวัดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งทุกชนิดของกลุ่มตัวอย่าง เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งต่อมลูกหมาก

นักวิจัยยังมองถึงความเสี่ยงอื่นๆ ในการเป็นโรคมะเร็งที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละบุคคล รวมถึงอายุ เพศ ระดับการศึกษ าประวัติครอบครัว การสูบบุหรี่ และระดับการออกกำลังกาย

นักวิทยาศาสตร์พบว่า การดื่มเครื่องดื่มผสมน้ำตาลเพิ่มขึ้น 100 มิลลิลิตร เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งโดยรวม 18% และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งเต้านม 22%

และเมื่อพิจารณาผู้ที่ดื่มน้ำผลไม้และผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มชนิดหวานอื่นๆ พบว่าคนทั้งสองกลุ่มมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งโดยรวมเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยไม่พบความเชื่อมโยงกับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากและลำไส้ใหญ่ ซึ่งอาจเป็นเพราะในกลุ่มอาสาสมัครมีผู้ป่วยโรคมะเร็งสองชนิดนี้เพียงไม่กี่รายเท่านั้น

Amelia Lake ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสาธารณสุข ที่มหาวิทยาลัย Teesside ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า ในขณะที่การศึกษาครั้งนี้ไม่ได้ระบุสาเหตุและผลกระทบที่ชัดเจนระหว่างน้ำตาลกับโรคมะเร็ง แต่ก็ทำให้มองเห็นถึงความสำคัญในการลดการบริโภคน้ำตาล เพราะการลดปริมาณน้ำตาลในอาหารเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง

การศึกษานี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ของอังกฤษ BMJ British medical journal

องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า ควรจำกัดปริมาณน้ำตาลให้น้อยกว่า 10% ของพลังงานทั้งหมดที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน

ปัจจุบัน หลายประเทศรวมถึง อังกฤษ เบลเยียม ฝรั่งเศส ฮังการี และเม็กซิโกได้มีการเก็บภาษีน้ำตาลแล้ว หรือกำลังจะใช้วิธีเก็บภาษีน้ำตาล เพื่อยกระดับสุขภาพของประชาชนในประเทศให้ดีขึ้น