ข่าวที่น่าสนใจ

อดีตข้าราชการครูวัย 58 ปีผูกคอดับ ลูกชายกลับมาเห็นร้องไห้แทบขาดใจ

        เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดสิงห์บุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอฆ่าตัวตายที่่บ้านพัก โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ของวันที่ 3 เดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2563  สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อมีพนักงานส่งน้ำขับรถไปจอดที่บ้านหลังที่เกิดเหตุเพื่อมาส่งน้ำดื่มตามปกติแต่ปรากฏว่าพบเห็นผู้เสียชีวิตยืนผูกคอตายอยู่บริเวณหน้าบ้านจึงได้มีการโทรประสานงานแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เพื่อมาตรวจสอบซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงบ้านหลังดังกล่าวนั้นไม่พบว่ามีคนอื่นอยู่นอกจากศพที่ยืนแขวนคอตายอยู่หน้าบ้านพร้อมกับมีชาวบ้านแถวนั้นมายืนดูกันอยู่ตรงบริเวณหน้าบ้านจนเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ลูกชายของผู้เสียชีวิตซึ่งมีอาชีพรับราชการครูแต่ทำงานอยู่ที่จังหวัดอ่างทองขับรถมาถึงที่เกิดเหตุพอดีหลังจากที่รู้ว่าแม่ของตนเองเสียชีวิต

เนื่องจากเพื่อนบ้านได้โทรไปตามและเมื่อชายคนดังกล่าวเห็นแม่ของตนเองขนาดอยู่ในท่าของการแขวนคอเขาก็ร้องไห้และทรุดลงทันทีเป็นที่น่าเวทนาต่อผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่งซึ่งชาวบ้านที่อยู่ติดกันให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าผู้เสียชีวิตนั้นชื่อว่านางกรองแก้วเดิมเคยรับราชการเป็นครูมาก่อนแต่เมื่อไม่นานมานี้เองได้มีการลาออกจากอาชีพราชการครูและปัจจุบันอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวกับสามี

และลูกสาวและลูกชายซึ่งในวันที่เกิดเหตุนี้ทั้งสามีและลูกทั้งสองคนของนางกองแก้วไปทำงานกันหมดเหลือเพียงนางกรองแก้วอยู่ที่บ้านเพียงคนเดียวเท่านั้นซึ่งในตอนเช้าเพื่อนบ้านเองยังเห็นนางกรองแก้วออกมาพูดคุยกับเพื่อนบ้านปกติไม่ได้มีอาการซึมเศร้าหรือมีแนวโน้มว่าจะคิดสั้นฆ่าตัวตายเลย

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เพื่อนบ้านต่างก็พากันตกใจเป็นอย่างมากทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำร่างผู้เสียชีวิตลงมาจากจุดที่แขวนคอและนำร่างไปที่โรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ที่โรงพยาบาลชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

       สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้คงต้องรอสอบสวนคนในครอบครัวของผู้เสียชีวิตอีกครั้งหนึ่งว่ามีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันภายในหรือไม่จึงเป็นสาเหตุให้ผู้ตายนั้นอาจจะมีความรู้สึกน้อยใจเราคิดสั้นฆ่าตัวตายก็เป็นไปได้เพราะผู้ตายนั้นมีอายุมากแล้วและต้องอยู่

แต่ในบ้านอาจจะเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายรวมถึงอาจจะรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระให้กับคนในครอบครัวแล้วพอมีเรื่องทะเลาะและกระทบจิตใจนิดหน่อยก็ทำให้คิดสั้นได้นั่นเองแต่ทั้งนี้คงต้องรอผลการพิสูจน์จากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนว่าสาเหตุการตายในครั้งนี้คืออะไร

 

สนับสนุนโดย  ถ่ายทอดสดหวยฮานอยวันนี้

ข่าวที่น่าสนใจ

ลุงของน้องการ์ตูนออกมายืนยันว่าเธอไม่ใช่พยาบาลและจบเพียงแค่ ม. 3 เท่านั้น 

       จากกรณีที่หญิงสาวคนหนึ่งพยาบาลถ่ายรูปคู่กับแฟนที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและยังมีรูปของเธอใส่ชุดพยาบาลเต้นในเว็บติ๊กต๊อกจนมีเพจของพยาบาลออกมาพูดถึงหญิงสาวคนดังกล่าวว่าเธอนั้นไม่ใช่พยาบาลวิชาชีพจริงๆแต่เป็นคนที่ใส่ชุดพยาบาลแล้วไปหลอกคนอื่นว่าเป็นพยาบาลโดยยังมีการระบุชื่อและอาชีพเดิมของเธอว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นชื่อว่าน้องการ์ตูน

โดยเธอนั้นมีอาชีพเป็นสาวเชียร์เบียร์ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เกิดเป็นกระแสดราม่าจนโด่งดังใหญ่โตส่งผลให้น้องการ์ตูนนั้นต้องถูกแฟนหนุ่มบังคับให้ห่างกันแล้วไปเคลียร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ได้เสียก่อนรวมถึงยังมีหลายคนที่ออกมาแฉพฤติกรรมของน้องการ์ตูนว่ามักจะชอบแต่งเครื่องแบบพยาบาลและไปหลอกไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตำรวจรวมถึงหลอกเอาเงินผู้ชายหลายคนซึ่งแต่ละคนนั้นก็ได้มีการออกมาแฉพฤติกรรมน้องการ์ตูนกันไม่หยุดหย่อน

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อนักข่าวมีการถามกับน้องการ์ตูนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยยืนยันว่าเธอจะดำเนินคดีกับคนที่มายุ่งเรื่องส่วนตัวของเธอทั้งหมดโดยเธอบอกว่าเธอมีเอกสารที่จะสามารถบ่งบอกได้ว่าเธอนั้นไม่ได้โกหกใครและเธอจะต้องดำเนินคดีกับบุคคลที่มีส่วนร่วมในการนำข้อมูลส่วนตัวเธอออกมาพูดในครั้งนี้ซึ่งกระแสดราม่านี้ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนั้นนักข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังพื้นที่ระบุว่าเป็นบ้านเกิดของน้องการ์ตูนซึ่งเมื่อไปถึงนั้นไม่ได้พบพ่อกับแม่ของน้องการ์ตูนเพียงแค่ลงของน้องการ์ตูนเท่านั้นโดยบอกว่าพ่อแม่ของน้องการ์ตูนนั้น

เลิกรากันไปนานแล้วและตอนนี้แม่ของน้องประตูนั้นก็ไปทำงานอยู่ที่จังหวัดชลบุรีซึ่งได้สามีฝรั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วส่วนทางด้านน้องการ์ตูนนั้นปกติแล้วจะไม่ค่อยสนิทกับญาติพี่น้องสักเท่าไหร่แต่ลุงของน้องการ์ตูนยืนยันได้ว่าน้องการ์ตูนนั้นไม่ได้เรียนพยาบาลแน่นอนเพราะตอนที่อยู่ที่หมู่บ้านนั้นน้องการ์ตูนจบแค่เพียงม 3 เท่านั้น

และลุงก็ยืนยันว่าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าน้องการ์ตูนไปเรียนต่อพยาบาลตอนที่กลับมาเยี่ยมคนที่บ้านก็ไม่เคยบอกกล่าวว่าตนเองเป็นพยาบาลหรือไม่เคยใส่ชุดพยาบาลมาให้เห็นอย่างไรก็ตามลุงของน้องการ์ตูนได้ฝากเรื่องนี้ถึงน้องการ์ตูนว่าอยากจะให้ออกมายอมรับผิดกับสังคมและมาขอโทษสังคมซึ่งเชื่อว่าทุกคนนั้นพร้อมจะให้หลายคนผิดยอมรับผิดแต่โดยดีรวมถึงญาติพี่น้องของน้องการ์ตูนนั้นก็ยืนยันว่าทุกคนนั้นยังรักน้องการ์ตูนและไม่มีใครโกรธเคืองน้องสักคนเลย

        สำหรับเรื่องนี้ต้องรอดูกันต่อไปว่าหลังจากที่มีคนออกมาแฉเรื่องราวเยอะแยะมากขนาดนี้รวมถึงญาติพี่น้องของเธอก็ออกมายืนยันแล้วว่าเธอไม่ได้จบพยาบาลจริงๆที่สุดแล้วเธอจะออกมาพูดกับสังคมว่าอย่างไรจะยอมรับความผิดนี้หรือไม่

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  แทงหวยจับยี่กี

ข่าวที่น่าสนใจ

โรงเรียนสารสาสน์ร่มเกล้ามีเคสครูชาวต่างชาติ ทำรุนแรงกับเด็กอนุบาล

            กระแสความร้อนแรงของโรงเรียนที่มีคุณครูทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนนั้นยังคงมีอยู่ต่อเนื่องไม่ใช่เฉพาะแค่โรงเรียนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเพียงเท่านั้นเด็กโรงเรียนอื่นๆจากทั่วทุกจังหวัดก็มีกระแสออกมาอย่างสม่ำเสมอหลังจากที่ล่าสุดนั้นได้มีผู้ปกครองของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ออกมาแฉพฤติกรรมของคุณครูในโรงเรียนว่ามีการทำร้ายร่างกายเด็กโดยมีคลิปวีดีโอเป็นหลักฐาน 

           ซึ่งเด็กนักเรียนที่ถูกทำร้ายร่างกายนั้นในขั้นต้นพบว่าเป็นเด็กอนุบาล 1 ซึ่งเด็กกลุ่มนี้มีอายุเพียงแค่ 3 ขวบเท่านั้นแต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีการสืบเชิงลึกไปเรื่อยๆกลับพบว่าโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์นั้นมีคุณครูที่ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนนั้นหลายคนและเด็กนักเรียนที่ถูกทำร้ายร่างกายก็มีหลายชั้นด้วยกันอย่างล่าสุดก็มีผู้ปกครองของเด็กนักเรียนชั้นป 2 กับชั้นป 5 ออกมาเล่าถึงพฤติกรรมของคุณครูที่ใช้ไม้กวาดตีเด็กรวมถึงยังมีการไล่ให้เด็กไปฆ่าตัวตายนั่นเอง 

         และแน่นอนว่าไม่ใช่เพียงเฉพาะแค่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์แถวนั้นกำลังที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ยังมีโรงเรียนสารสาสน์ในเครืออื่นๆอีกมากมายที่ผู้ปกครองต่างพากันมารวมตัวกันที่โรงเรียนเพื่อขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดเนื่องจากว่าเกรงว่าลูกหลานของตนเองจะถูกคุณครูทำร้ายร่างกายเหมือนกับที่โรงเรียนสารสาสน์ราชพฤกษ์นั่นเอง

       และแน่นอนว่าเมื่อมีการให้ดูกล้องวงจรปิดปรากฏว่ามีผู้ปกครองหลายคนที่ได้เห็นว่าคุณครูของโรงเรียนในเครือสารสาสน์สาขาอื่นนั้นก็มีการทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนเช่นเดียวกันยังล่าสุดมีผู้ปกครองของโรงเรียนสารสาสน์ร่มเกล้าได้ออกมารวมตัวกันเพื่อเจรจากับทางโรงเรียนเนื่องจากว่าเด็กนักเรียนในชั้นอนุบาล 3 ได้กลับไปบอกผู้ปกครองว่าตนเองนั้นถูกคุณครูทำร้ายร่างกายด้วยการบีบคอหลังจากนั้นก็ลากเด็กคนดังกล่าวนั้นไปที่บริเวณหน้าห้องซึ่งคุณครูที่ทำร้ายร่างกายเด็กในครั้งนี้เป็นคุณครูชาวต่างชาติ

          เมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นทำให้ผู้ปกครองหลายคนต่างก็พามารวมตัวกันที่โรงเรียนเพื่อที่จะเรียกร้องให้ทางโรงเรียนนั้นได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยผู้ปกครองจะได้สามารถเข้าไปทำการเช็คสถานะการการเรียนของบุตรหลานของตนเองได้ว่าในแต่ละวันนั้นบุตรหลานของตนเองนั้นมีพฤติกรรมอย่างไรและถูกคุณครูทำร้ายร่างกายหรือไม่โดยมีการล่ารายชื่อจำนวนผู้ปกครองมาจำนวนทั้งสิ้น 500 คนด้วยกันหลังจากนั้นก็ยื่นให้กับผู้อำนวยการโรงเรียน

           ซึ่งทางผู้ปกครองยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เด็กนักเรียนอนุบาล 3 ถูกคุณครูต่างชาติทำร้ายร่างกายนั้นเป็นเรื่องจริงและมีหลักฐานเป็นเพื่อนๆหลายคนที่อยู่ในชั้นเรียนที่เห็นเหตุการณ์ด้วยกันทั้งหมดสามารถให้เด็กนักเรียนเหล่านั้นมาเป็นพยานได้ 

 

สนับสนุนโดย    แทงหวยจับยี่กี

ข่าวที่น่าสนใจ

กินเหล้าเกิดทะเลาะกัน กลับบ้านเอาปืนมายิงเพื่อนเสียชีวิตทันที

               เมื่อคืน  วันที่ 19 เดือนตุลาคม ปีพศ2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนยิงกันเสียชีวิตภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในซอยถนนพัฒนาการ 9   ซึ่งอยู่ในเขตสวนหลวงจังหวัดกรุงเทพมหานคร  แล้วเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึง   ก็พบร่องรอยคราบเลือดและยังมีร่างของผู้เสียชีวิตนอนอยู่ 

โดยคนที่เสียชีวิตนั้นชื่อว่านายสุรชัย   ส่วนคนที่ก่อเหตุยิงนายสุรชัยนั้นคือนายวรวุฒิซึ่งทั้งสองคนนั้นเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยชั้นประถมรู้จักกันมานานและสนิทสนมกันมากทั้งคู่มีอาชีพรับจ้างขี่รถจักรยานยนต์เหมือนกัน

             สำหรับสถานที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักซึ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยชื่อดังแถวบริเวณพัฒนาการนั่นเองโดยผู้เสียชีวิตถูกกระสุนปืนทางด้านหลังจากการสอบถามคนที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่า ในช่วงที่เกิดเหตุนั้นเป็นช่วงที่ทั้งคู่ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันนั้นได้ตั้งวงกินเหล้ากันและยังมีคนอื่นๆอีก 2 คนรวมทั้งสิ้นมีการตั้งวงกินเหล้ากันอยู่ 4 คนแต่ระหว่างที่กินเหล้ากันนั้นก็มีการพูดคุยและทั้งนายวรวุฒิกับนายสุรชัยนั้นก็ทะเลาะกันซึ่งคนในวงกินเหล้ายืนยันว่าพวกเขาจะเป็นแบบนี้อยู่เป็นประจำ  เพราะทุกครั้งที่มีการกินเหล้าทั้งสองคนก็ทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำ

          ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ยิงกันนั้นเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้แล้วให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าทั้งคู่ทะเลาะเบาะแว้งกันถึง 3 ครั้งด้วยกันโดยเพื่อนๆในวงเหล้าได้มีการห้ามปรามแต่พวกเขาก็ไม่สนใจฟังจนในที่สุดนายวรวุฒิก็กลับเข้าไปในห้องพักของตนเองหรือเพียงนายสุรชัยที่นั่งกินเหล้ากับเพื่อนคนอื่นๆอยู่แต่สักพักนายวรวุฒิก็กลับมาอีกครั้งหนึ่งพร้อมอาวุธปืนหลังจากนั้นก็ยิงใส่นายสุรชัยทันทีโดยไม่มีใครสามารถทำตามได้ทันทีหลังจากที่นายวรวุฒินำอาวุธปืนมายิงนายสุรชัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วเขาก็ยืนรอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยให้เพื่อนๆนั้นเราไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงการก่อเหตุยิงกันตายในครั้งนี้ 

          สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้คาดว่าจะมีปัญหามาจากการดื่มสุราหนักมากจนเกินไปจนไม่สามารถครองสติเอาไว้ได้และเมื่อเกิดการทะเลาะกันก็อยากจะเอาชนะหรือถ้าหากเปลี่ยนเป็นไม่ได้ก็จะมีอารมณ์โมโหรุนแรงหลังจากนั้นสิ่งที่ตามมาก็คือมักจะต้องต่อยกัน   

  อย่างไรก็ตามการดื่มสุราสามารถดื่มได้ถ้าดื่มแล้วสามารถครองสติตนเองได้อย่าปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลและการควบคุมของตนเองเพราะสิ่งที่ตามมานั้นจะสร้างความเสียหายให้กับคนที่ขาดสติได้มากที่สุดดังนั้นหากเป็นไปได้การดื่มสุราควรจะมีการควบคุมไม่ดื่มมากจนเกินไปจนทำให้ขาดสตินั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    วิธีเล่นหวยยี่กีให้ได้กำไร